วันพุธที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2552

มีเซ็กซ์ทุกวัน สานสัมพันธ์รัก

พยายามควานหาคำจำกัดความของ "รัก" หลายครั้งว่า มันคืออะไรกันแน่

เพราะถามใครก็ให้คำตอบไปคนละทาง เดี๋ยวก็บอกว่าคือความอดทน อีกข้างก็ว่าคือความเข้าใจ แต่จะมีเสียงกระทบคล้อยหลังให้ได้ยินว่า ให้อภัย



เมอร์ลิน ยอมรับแง่งามของความรักในทุกอย่างที่ว่ามา แต่สำหรับตัวเอง "รัก"น่าจะหมายถึง ความห่วงหาอาทร มากกว่าอะไรอื่น



เช่น ถ้าแฟนเรา (ทำไมต้องทำหน้าสงสัยกันด้วยว่า มีจริงหรือ?) ขับรถไปชนอะไรเข้าแล้วโทร.มาบอกว่า เกิดอุบัติเหตุ เมอร์ลินคงถามกลับว่า คุณเป็นอะไรหรือเปล่าไม่ใช่ว่า รถยับเยินแค่ไหน



เพราะขืนคิดอย่างหลัง คงรักวัตถุมากกว่าสิ่งมีชีวิต



ข้อความข้างต้นแค่รำพึงรำพันอยู่ในใจแบบดังๆ เพื่อเป็นกลลวงให้อ่านเรื่องเซ็กซ์คืออะไร? กันต่อไป



เอส อี เอ็กซ์ เป็นคำสั้นๆ แต่เอาไปตีความกันยกใหญ่ ทำถูกบ้าง ผิดบ้างหรือขนาดต้องแอบไปขึ้นครูลองของจริงให้รู้รสชาติกันก่อนเจอที่รักตัวจริงก็ว่ากันไป



นิยามของคำว่า เซ็กซ์ ที่เข้าท่า น่าจะเป็น ความตื่นเต้นที่ได้สัมผัสเนื้อตัวของคนที่เรารักและเราเลือกการมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ในการแสดงออกของความใกล้ชิด และคนที่รักกันสามารถแสดง"ความรู้สึกที่ไม่จำเป็นต้องพูด" ผ่านการโลมเล้าและเอาใจ




แต่ถ้าต้องมีกับคนที่เราไม่ชอบ เซ็กซ์ก็ไม่มีความหมายพิเศษอะไร สรุปคือไม่น่าประทับใจ ต่อให้ทำกันทั้งเดือนโดยไม่หยุดพักก็ไม่เหมือน "มี" กับคนที่เราถวิลหาเพียงครั้งเดียว



ก็เหมือน คุณส่งสายตาให้ "ใครสักคน" กับ "ทุกๆ คน" เหมือนกันหรือเปล่า?



เพราะฉะนั้นสัญชาตญาณในการสัมผัสเคล้าคลึง สำหรับผู้หญิงคงไม่ใช่เปิดไฟเขียวให้ได้กับทุกคนและสรีระก็ไม่ถูกออกแบบมาให้รองรับรสรักตลอดเวลา เช้า, สาย, บ่าย, เย็น บวกค่ำและแถมอีกทีตอนก่อน (เขา) เข้านอน



เนื่องจากคนเจ็บตัวคือ ผู้หญิง แต่เจ็บแบบชอบนะ ส่วนพวกอ่อนปวกเปียก เข้าทำนองกระตุ้นเท่าไหร่ก็ไม่แข็งสักทีคือผู้ชาย แต่ไม่แน่นะ คนของคุณอาจจะขยันขันแข็งทุกวันก็ได้ ใครจะไปรู้




ที่เขียนไปทั้งหลายทั้งปวง เพราะลูกช้างเผลอไผลไปอ่านเรื่อง Would SexEveryday For A Month Improve Your Relationship? หรือ มีเซ็กซ์ทุกวันตลอดทั้งเดือนจะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ของคุณๆ ได้ไหม? ตามมาด้วยช้อยส์ที่ให้เลือกว่า ว่าYes, หรือ Oh, Yes ! คือ "ใช่" หรือ "ใช่เลย" ไม่มีคำว่า โน หรือ โนเวย์เลยนะ




รีเบคกา เจมส์ เล่าให้ฟังว่า ฉันอยู่กับเอนโซผู้ชายของเธอมา 8 ปี ทั้งๆที่ฉันยังเสน่หาเขาอย่างแรง เพราะเอนโซเป็นหนุ่มอิตาลี หล่อสไตล์ เมดิเตอร์เรเนียนผิวสีแทน สูง 6 ฟุต และนัยน์ตาสีเขียว




แต่เรามีโอกาสได้ "ร้อนรัก" บนเตียงส่วนมากเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ บางอาทิตย์ล่อกัน2 ครั้งต่อวัน เพราะวันธรรมดา เราต่างคนต่างเข้านอนไม่พร้อมกัน ฉันชอบเข้านอนตอน4 ทุ่ม แต่เอนโซชอบหลับตอนเที่ยงคืน



เราเริ่มคิดว่า ชีวิตรักใกล้ล่ม เพราะอะไรต่อมิอะไรมันเนือยๆ ไปหมด



แต่และแล้ว เราก็ได้ที่ปรึกษาชั้นดี ด็อกเตอร์ แจเนต ไรบ์สไทน์ บอกว่า ในส่วนลึกของหัวใจคุณทั้งสองคลั่งไคล้ใหลหลงกันมากไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมไม่ทำรักให้ถี่ขึ้นล่ะเอาอย่างนี้ ลองให้เวลาแก่กัน และกันในการป้อนรสรักตลอด 1 เดือน แล้วดูสิว่าจะสามารถทำให้พวกคุณกลับมาหวานชื่นกันอีกไหม



รีเบคกาเล่าต่อว่า ฉันรู้สึกใจหายใจคว่ำเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เราลองทำดีที่เอนโซเข้าใจและทำตาม เพราะนักจิตวิทยาคนเดียวกันอธิบายว่า เซ็กซ์คือสุดยอดของความพอใจต่อสิ่งเร้าที่เข้ามาในชีวิต"หากคุณมีเซ็กซ์มาก คุณก็จะต้องการมันมาก ซึ่งก็หมายความว่า คุณปรารถนาในกันและกันเหลือเกินนั่นเอง"




ยิ่งมีเพศสัมพันธ์ให้ได้ทุกวัน จะยิ่งทำให้คู่รักผูกพันกันนอกห้องนอนมากขึ้นด้วย




ดังนั้น จงพยายามสัมผัสเนื้อตัวกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะช่วยให้คุณประคองชีวิตคู่เนิ่นนานขึ้นเสมือนไฟรักที่คุโชนได้ทุกวันไม่จบไม่สิ้น




ทีนี้เล่ห์กลของการ Make Love แฉให้ฟังว่า มี 4 กรรมวิธีง่ายๆ ที่ช่วยกระตุ้นให้เขาเกิดอารมณ์เช่น







1. ปิดโทรทัศน์แล้วขึ้นเตียงเร็วกว่าปรกติ ผู้ชายมักเอาแต่ดูทีวีโดยเฉพาะฟุตบอล หรือกีฬาสารพัดชนิด ที่ตัวเองไม่มีปัญญาเล่นให้เป็น คุณจึงควรแย่งรีโมตมาจากเขาให้ได้แล้วเซ็กซ์ของคุณจะชื้น...เอ้ย... ชื่นฉ่ำดีกว่าคุณทั้งสองร่วมรักตอนครึ่งหลับครึ่งตื่น



2. ใช้เวลาทำงานให้น้อยลง กลับบ้านเร็วขึ้น เวลาที่อวัยวะส่วนสำคัญที่สุดในร่างกายของพวกคุณเร่งเครื่องสูงสุดที่ 5 โมงเย็น



3. อย่าคิดว่า การร่วมรักต้องใช้เวลาชนิดมาราธอน แต่บางทีมีกิจกรรมจับๆต้องๆ กันแค่ 10 นาทีก็วิเศษแล้ว



4.ใส่ใจกับการเสพสมมากกว่าภารกิจอื่นใดในชีวิต







มองว่า ไม่กินก็ไม่ตาย แต่ขาดเซ็กซ์ ฉันคงเซื่องซึมไปเลย คิดแบบนี้จะไหวไหม.








แหล่งที่มา » หนังสือพิมพ์ไทยรัฐวันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2542

ป้ายกำกับ: , ,

ไร้อารมณ์จังเลย..คุณขา

กล่าวกันว่า กามารมณ์เป็นสีสันของความรัก เป็นรากฐานของอริตคู่ และเป็นสัมผัสรักที่จับต้องได้มานานแสนนานแล้ว และก็น่าจะเป็นแบบนี้ต่อไปในอนาคต แม้กระทั่งข่าวคราวต่างๆ ในปัจจุบันก็ล้วนแล้วแต่มีเรื่องราวเกี่ยวกับเซ็กซ์และความสุขสมของเซ็กซ์แทบทั้งสิ้น




...จนเสมือนมีภาพลวงตาว่าคนเราในยุคนี้คิดถึงแต่เรื่องเซ็กซ์ ตามแบบที่เสนอเรื่อราวอยู่ในสื่อต่างๆ ที่บริโภคกันแล้วหรือ



แล้วคนที่ใช้ชีวิตคู่กันนั้นมีบ้างไหมที่มีปัญหาเรื่องของเซ็กซ์... ประเภทว่า หมดอารมณ์พิศวาสอยากที่จะอยู่กันด้วยความรักที่ไม่มีเซ็กซ์







ลองมาอ่านเรื่องราวจากคำบอกเล่าต่อไปนี้ดู...




" เบื่อค่ะ ปกติก็เป็นคนที่ไม่ได้สนใจที่จะมีกิจกรรมเกี่ยวกับเซ็กซ์อยู่แล้ว แต่เมื่อมีแฟนก็คิดว่าจะโอเคค่ะ เพราะรู้ดีว่าผู้ชายนั้นขาดเรื่องพวกนี้ไม่ได้ ถึงตัวเองจะไม่สนใจแต่ก็ต้องสนใจความรู้สึกของแฟนด้วย การจะมีชีวิตคู่นั้นต้องพบกันครึ่งทางใช่ไหมคะ เป็นอันว่าในที่สุดเราก็มีอะไรกัน เขาก็มีความสุขไปแต่เราเฉยๆ มีแต่สุขใจที่ได้ให้บางสิ่งบางอย่างที่เขาต้องการเท่านั้น อยากอยู่กันด้วยความรักมากกว่า ทุกวันนี้ที่ยอมมีอะไรกับเขาก็เพราะเขาน่ารักเท่านั้น แต่พอเรามีงานมากๆ เข้ามันก็เครียดไปหมด เบื่อไปหมดไม่อยากทำอะไร รวมทั้งไม่อยากมีเซ็กซ์ด้วย พอบอกเขาๆ ก็หัวเราะหาว่าผู้หญิงก็เป็นแบบนี้ดีที่เขาเป็นสุภาพบุรุษไม่ฝืนใจแฟนแม้ว่าทำท่าทางโกรธๆ ไปหลายครั้งก็ตาม ไม่นานก็มาพูดดีเหมือนเดิม ระยะหลังรู้ว่าขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้อาจจะต้องเสียใจและเสียแฟนไป ก็เลยหาเวลาว่างปลีกตัวจากงานไปเที่ยววันหยุดสุดสัปดาห์กัน ก็เริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาดีขึ้นเดี๋ยวนี้ เลยกลายเป็นสูตรสำเร็จว่าถ้าเครียดๆ กันมากๆ แล้วก็จะหาวันหยุดไปพักผ่อนกันแล้วอะไรก็เริ่มดีขึ้นกว่าเดิมทุกๆ เรื่อง ต้องยอมรับค่ะว่าพอสุขสมด้วยกันแล้วเรื่องใหญ่ก็เป็นเรื่องเล็ก ไม่ว่าเรื่องอะไรก็พูดกันรู้เรื่อง"




" ภรรยาเป็นคนไม่ค่อยมีอารมณ์เพศตั้งแต่แต่งงานกันใหม่ๆ แล้ว แต่ผมเป็นประเภทไฟแรงสูงพยายามตื้อเขาบ่อยๆ ที่จะมีอะไรกัน เขาก็โอเคบ้าง ไม่โอเคบ้าง บางทีก็อาศัยมือช่วยบ้าง ใช้ปากทำให้บ้างแต่ก็ไม่เหมือนทำกับเขาแบบนั้น ตอนหลังนี้เขาถึงกับเอ่ยปากให้ไปเที่ยว ใครจะกล้าไป ผมน่ะกลัวติดโรคมากกว่า ก็เลยต้องอาศัยช่วยตัวเองไปบ้างเหมือนสมัยหนุ่มๆ แต่มันเครียดนะ อยากจะบอกผู้หญิงทั้งหลายที่มีสามีว่ามันเครียดที่ไม่ได้ปล่อยออกไปบ้างน่ะ"




" ไม่เคยถึงจุดสุดยอดเลยสักครั้งเวลามีอะไรกัน จะบอกว่าแฟนทำไม่เป็นก็ไม่ได้ เพราะคิดว่าออกจะทำเก่งเสียด้วย บางทีตั้งหลายท่าทางกว่าจะยอมเลิกทำ ไอ้เราก็ชอบง่วงนอนอยากจะนอหลับเร็วๆ เช้าจะได้รีบไปทำงาน ซึ่งเดี๋ยวนี้รถราติดมากขืนออกช้านิดเดียวได้ติดอยู่บนถนนอีก ใจมันก็เลยกังวลหมดอารมณ์ไปเลย ต้องบอกเราว่า ขอมีอะไรกันคืนวันศุกร์ เสาร์นะ เพราะพอถึงวันหยุดมันจะเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง โชคดีที่แฟนเข้าใจก็เลยไม่มีปัญหาอะไร"




" ผมน่ะซิมีปัญหามากเลยเรื่องนี้ ถ้ารู้ว่าภรรยาเป็นคนแบบนี้ผมอยู่คนเดียว เป็นเพลย์บอยดีกว่าเพราะจะมีอะไรกับใครก็ได้ แค่ระวังป้องกันตัวเท่านั้นก็พอไม่ต้องกังวลใจอะไร แถมเวลาจะมีอะไรกันเธอนอนนิ่งเฉยเลยให้ทำท่าเดียวเท่านั้น จนเดี๋ยวนี้หมดอารมณ์ไปเยอะแล้ว ทีนี้พออยู่ไปนานๆ ก็เลยเกิดการเบื่อที่จะมีอะไรกับเธอ ปรากฏว่าคืนหนึ่งไปเที่ยวกับเพื่อนแล้วเกิดไปถูกใจสาวที่ปิ๋งในบาร์ก็เลยเกิดบทอัศจรรย์กันเรียกว่าชีวิตชีวากลับคืนมาใหม่เลย เดี๋ยวนี้เลยต้องหาเรื่องไปมีประสบการณ์นอกบ้าน ก็ในบ้านภรรยาไม่มีอารมณ์นี่จะให้ทำอย่างไร จะอดอยากแห้งเหี่ยวหัวโตอยู่ได้อย่างไร ใครๆ ก็รู้ว่าอดข้าวนั้นนะเจ้าไม่มีทางตาย เพราะกินอย่างอื่นก็ได้ แต่ชีวิตวอดวายถ้าไม่มีเสน่หา นี่อยากจะฝากบอกไปถึงผู้หญิงทั้งหลายว่าผู้ชายเขาน่ะไม่มีทางทนได้หรอกที่จะให้เขาอดอยากปากแห้งไม่ได้มีบทพิศวาสน่ะ ในบ้านไม่มีให้ ก็ต้องไปหานอกบ้านแน่ๆ จะแต่งงานไปทำไมถ้าไม่ยอมให้มีอะไรด้วย เพื่อนผมคนนึงเขาบอกเลยว่าถ้าขืนเป็นเขาป่านนี้ฟ้องศาลว่าภรรยาประพฤติตนเป็นปฏิปักษ์ต่อการเป็นสามีภรรยากันแล้ว"




" เป็นผู้หญิงนี่ลำบากจริงๆ นะ บางเรื่องบางราวที่ไม่อยากทำก็ต้องทำโดยเฉพาะการมีเซ็กซ์กับแฟน ใหม่ๆ ก็โอเคนะของมันข้าวใหม่ปลามันอะไรๆ ก็หวานมันเต็มไปหมด แต่สักพักก็น่าเบื่อ เคยถามแฟนเหมือนกันว่าทำอย่างอื่นที่มันสร้างสรรค์กว่านี้ไม่ได้หรือ เขาก็หาว่ามันสร้างสรรค์แล้วและที่เขามีอารมณ์ก็เพราะเขารักเรานะ ไม่อยากนั้นก็ไม่มีอารมณ์หรอกอยู่เฉยๆ ดีกว่า ก็เลยไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกันนอกจากบอกตัวเองว่า...หาเรื่องเอง อยู่คนเดียวดีกว่าเยอะเลย"




" มันไม่มีอารมณ์จริงๆ นะคะ เพราะว่ามันไม่สุขสมเหมือนตอนช่วยตัวเองเลย แบบว่ามันไม่สุขสุดซึ้งในแบบที่เราคิดไว้น่ะค่ะ เลยทำให้ไม่ค่อยมีอารมณ์ แต่เขาคนนั้นน่ะหรือ แค่ยอมโอเคเขาเขาก็สบายเนื้อสบายตัวแล้ว ตัวเองเลยต้องอาศัยแบบที่ว่า ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนทุกครั้งหลังจากที่เขาเสร็จสมอารมณ์หมายไปแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าเป็นแบนี้ไปนานๆ แล้วจะเป็นอย่างไร อาจจะหมดอารมณ์ไปเหมือนๆ เพื่อนผู้หญิงหลายคนที่เป็นอยู่กันตอนนี้ก็ได้"







เรื่องราวต่างๆ ไดักล่าวนั้นเป็นเรื่องราวของผู้หญิงที่ไม่สามารถจะเสร็จสมอารมณ์ หมายได้ในการมีกิจกรรมแห่งความพิศวาสกับผู้ชายของเธอ ปัญหาจึงมีอยู่ว่าแล้วมีความจำเป็นแค่ไหนที่ต้องยกเรื่องแบบนี้ขึ้นมาเขียนให้อ่านกัน




...ก็ในเมื่อผู้หญิงทั้งหลายนั้น หลายต่อหลายคนไม่ได้สนใจในเรื่องราวของเพศหรือความต้องการทางเพศ รวมทั้งการตอบสนองทางเพศเลย พวกเขาบอกว่าไม่เห็นจะเดือดร้อน... และก็อยากให้พวกผู้ชายที่มาใช้ชีวิตคู่กับพวกเธอไม่เดือดร้อนเช่นกัน




ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ถ้าผู้หญิงไม่มีอารมณ์เพศจะผิดปกติไหม ? และจำเป็นจะต้องมีอารมณ์เพศหรือไม่! คำตอบก็คือ ไม่ผิดปกติเลยถ้าผู้หญิงอยู่คนเดียว และไม่คิดจะใช้ชีวิตคู่กับผู้ชาย แบบนั้นถึงจะไม่มีอารมณ์เพศ และไม่ต้องมีทางออกตามธรรมชาติเมื่อเกิดอารมณ์แปลกๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ




แต่ถ้าใช้ชีวิตคู่กับผู้ชาย สักคนเป็นทางการแล้ว และเกิดไม่สนใจหรือมีอารมณ์พิศวาสกับเขารวมทั้งไปไม่ถึงดวงดาวแล้ว ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถือว่าผิดปกติมากๆ ...ก็ถือว่า ทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ซึ่งตรงกับคำในภาษาอังกฤษว่า DYSFUNCTION นั่นแหละ




กรณีนี้จึงตรงกับคำในภาษาอังกฤษที่ว่า FEMALE SEXUAL DYSFUNCTION หรือการทำงานทางเพศไม่สมบูรณ์ในผู้หญิงนั่นเอง



...ถือเป็นความบกพร่องทางเพศอย่างหนึ่งตามที่เขียนไว้ในตำราแพทย์ ซึ่งรับรองมาตรฐานโดยองค์การอนามัยโลก




การหมดอารมณ์พิศวาส หรือไม่มีความต้องการทางเพศเป็นความบกพร่องทางเพศของผู้หญิงที่เรียกว่า FEMALE SEXUAL DESIRE DISORDER ที่มีชื่อย่อเป็นทางการว่า FSDD เวลาไม่เปิดอินเตอร์เน็ตดูจะได้รู้ว่าศึกษาได้จากหัวข้อไหน




การบกพร่องทางเพศในสตรียังมีอีกเช่น การไม่ตอบสนองต่อการปลุกเร้าอารมณ์ การไปไม่ถึงจุดสุดยอด และการไม่รู้สึกสุขสมจากการร่วมรัก ที่จริงผู้ชายก็มีความบกพร่องทางเพศเหมือนกัน เช่น การหลั่งเร็วประเภทนกกระจอกไม่ทันกินน้ำ การไม่หลั่งหรือหลั่งช้ามากๆ อวัยวะเพศไม่สามารถแข็งตัวจนสามารถปฏิบัติการได้ที่เดี๋ยวนี้เรียกกันสั้นๆ ว่า 'อีดี' ก็เป็นความบกพร่องทางเพศของผู้ชายเช่นกัน




คงจะต้องขอย้ำว่า ความบกพร่องทางเพศดังกล่าวนั้นจะเป็นปัญหาเมื่อมีชีวิตคู่เท่านั้น ถ้าอยู่คนเดียวแล้วเป็นโสดอย่างมีความสุขก็ไม่เกี่ยวและไม่ถือว่ามีความบกพร่องแต่อย่างใด




แต่ถ้ามีใครสักคนมาใช้ชีวิตร่วมกันแล้วและยังคงต้องมีกิจกรรมทางเพศกันบ้างเป็นธรรมดา ถ้าเกิดความบกพร่องทางเพศขึ้นอาจจะทำให้เป็นปัญหาในสัมพันธภาพในระยะยาว ซึ่งจะต้องแก้ไขโดยการไป ปรึกษาแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่วข้องและพร้อมที่จะแก้ปัญหาให้




ยังไงลองโทรไปสายด่วนสุขภาพจิต 1667 ดูก่อนก็ได้



ไม่อย่างนั้นไปปรึกษาแผนกสูตินรีเวชโรงพยาบาลใหญ่ๆ หรือแผนจิตเวชก็ได้อย่าปล่อยให้ปัญหาค้างคาใจอีกต่อไป เดี๋ยวเรื่องเล็กก็จะเป็นเรื่องใหญ่



...จริงไหมคุณ!!!


แหล่งที่มา » เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 578 วันที่ 30 มิ.ย. - 6 ก.ค. 2546

ป้ายกำกับ: , , ,

การมีสุขจากการได้รับความเจ็บปวด

การมีความสุขทางเพศจากการได้รับความเจ็บปวด หรือเมโซคิส์มตรงกันข้ามกับซาดิส์ม หมายถึง การมีความสุขหรือความพอใจทางเพศจากการถูกคู่ร่วมเพศทำให้เจ็บปวด หรือกระทำตนเองให้ได้รับความเจ็บปวด จะโดยทางร่างกายหรือจิตใจก็ได้ เช่น การตี หยิก ข่วน กัด การใช้เครื่องพันธนาการ หรือการทำให้หายใจไม่ออก ฯลฯ เป็นต้น ความผิดปกตินี้มาจากชื่อของรักประพันธ์ชาวออสเตรียนคือ "ลีโอโปลด์ วอน แซคเชอร์-เมซอค" (Leopold von Sacher-Masoch ค.ศ.1836-1865) ผู้เขียนนวนิยายเรื่อง Venus in Fur ในเรื่องนี้พระเอกยอมให้ผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งโหดร้ายมากทำทารุณกรรมทั้งทางร่างกายและจิตใจ และพบว่าเขามีความสุขจากความทุกข์ทรมานนั้น







เมโซคิส์มพบได้บ่อยกว่าซาดิสม์ ซึ่งอาจเป็นเพราะสังคมและศาสนาไม่อนุญาตให้ทำร้ายคนอื่น ซาดิสม์จึงมีน้อย หรือเพราะเมโซคิส์มเป็นวิธีลดความรู้สึกผิดซึ่งเกิดจากเรื่องเพศจึงพบได้บ่อยกว่าก็เป็นได้ ความต้องการของพวกเมโซคิส์มและซาดิส์มไม่ใช่ความเจ็บปวดธรรมดาๆ แต่ต้องเป็นความเจ็บปวดที่ได้ถูกวางแผนไว้แล้ว




ชายเป็นร้อยละ 2.5 และหญิงเป็นร้อยละ 4.6 ส่วนใหญ่พบในคนที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี ที่น่าสนใจคือ ผู้หญิงโสดมีอัตราสูงถึง 5 เท่าของหญิงที่สมรสแล้ว




การที่ฝ่ายชายเป็นมาโซคิส์มอาจทำให้เกิดปัญหาในครอบครัว เพราะภรรยาอาจไม่เข้าใจว่าทำไมสามีซึ่งเป็นผู้นำที่เข้มแข็งของครอบครัวจึงต้องการให้เธอ เป็นผู้นำด้านเพศโดยการทารุณเขา เธอจึงไม่ยอมร่วมมือด้วย ทำให้สามีต้องหาทางออกด้วยการไปเที่ยวซ่องโสเภณีซึ่งมีบริการทางด้านนี้




ผู้ชายที่ชอบทารุณกรรมตัวเองมักเริ่มด้วยการหาคู่นอนที่รู้ใจเขา เขาจะยอมเป็นทาสเธอ ยอมใส่เสื้อผ้าที่คับจนอึดอัด ใช้โซ่ล่ามตัวเอง ผูกผ้ากันเปื้อนที่เอวหรือใส่เสื้อผาของสาวใช้ ยอมทำงานบ้านที่สกปรก ยิ่งงานต่ำน่าอับอายเท่าไรจะยิ่งพึงพอใจเท่านั้น นอกจากนั้นเขายังชอบให้เธอมัดเขาไว้กับเสาและเฆี่ยนด้วยแส้ เครื่องมือที่ใช้ในการทารุณกรรมบางอย่างอาจทำให้อวัยวะเพศบาดเจ็บ แต่อันตรายร้ายแรงที่สุดเกิดจากการไม่มีคู่นอนจึงต้องทำร้ายตัวเองเพราะไม่มีคนช่วย เช่น การจุดไฟเผาหรือใช้มีดเฉือนเนื้อตัวเอง การรัดคอ หรือการทำทารุณกรรมตัวเองด้วยวิธีอื่นๆ อันอาจทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือตายได้ บุคคลเหล่านี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาจากจิตแพทย์




บางคนความรู้สึกทางเพศถูกกระตุ้นทั้งโดยการทำให้คู่ร่วมเพศเจ็บปวด หรือตนเองได้รับความเจ็บปวด เพราะฉะนั้นจึงเป็นทั้งซาดิส์มและเมโซคิส์ม




สาเหตุ



คล้ายซาดิส์ม คือ







1. เกิดจากความรู้สึกละอายและรังเกียจความสัมพันธ์กับเพศตรงกันข้ามคนพวกนี้ใช้ความเจ็บปวด และการลงโทษตนเองเป็นเครื่องลบล้างความรู้สึกผิดที่ตนมีความต้องการทางเพศ



2. เป็นการแสดงความมีอำนาจเหนือคู่ร่วมเพศด้วยความสามารถทนการถูกลงโทษ ซึ่งในความรู้สึกของตนคิดว่าเป็นการแสดงความแข็งแรงหรือความเหนือกว่า และทำให้ตนเป็นจุดแห่งความสนใจด้วย



3.ในวัยเด็กอาจเคยมีความตื่นเต้นทางเพศขณะถูกตีหรือลงโทษ เมื่อโตขึ้นจึงพอใจจะให้คู่นอนแสดงอำนาจเหนือตนเพื่อความสุขทางเพศ



4.นักเพศวิทยา (sexologist) จำนวนมากเชื่อว่า คนพวกนี้ไม่มีความต้องการให้ตนเองเจ็บปวดอย่างแท้จริง เพียงแต่ต้องการแสดงว่าตนยินยอมต่อคู่ร่วมเพศ



5.บางรายเกิดจากความกลัวจะถูกคู่ร่วมเพศทอดทิ้ง จึงยอมถูกลงโทษทุกอย่างเพื่อเอาใจคู่ร่วมเพศ เป็นการแลกกับความรักและการยอมรับ







เมโซคิส์มอาจเป็นปรากฏการณ์ตามธรรมชาติซึ่งมีรากฐานมาจากประสบการณ์ของเด็ก โลกของเด็กขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์กับพ่อแม่ การที่เด็กได้รับความอบอุ่น อาหาร และความมั่นใจจากพ่อแม่ ทำให้เด็กรู้สึกสบายและปลอดภัยในเวลาเดียวกัน พ่อแม่ก็มีอำนาจ คำสั่งของพ่อแม่คือกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม เด็กเคยชินกับการลงโทษของพ่อแม่ เด็กจึงมีความรู้สึกความปลอดภัยและวินัยเป็นของคู่กัน นอกจากนั้นการที่พ่อแม่กระทำในสิ่งที่เป็นความพอใจทางเพศของเด็ก เช่น ล้างอวัยวะเพศให้ พ่อเล่นซนๆ กับลูก เช่น รวบมือไว้ทั้งสองข้างแล้วตีกัน หรือจับตัวห้อยไว้บนบ่า ทำให้เกิดความสัมพันธ์เป็นเงื่อนไขระหว่างวินัยหรือการลงโทษให้เจ็บปวดกับความสุขทางเพศ




ตัวอย่างผู้ป่วย




ตัวอย่างผู้ป่วยรายนี้ได้จากวารสารทางการแพทย์ฉบับหนึ่ง




ผู้ป่วยชาย โสด อายุ 14 ปีครึ่ง มารดาพบในห้องนอนขณะนอนหงาย กำลังสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง ที่คอมีเชือกเส้นหนึ่งรัดอยู่ ปลายเชือกอีกข้างหนึ่งผูกอยู่ปลายเตียง ขณะที่พบหน้าของเขากำลังเขียวภาพที่ปรากฏทำให้มารดาของเขาตกใจมากจึงได้พาเขาไปพบแพทย์




ผู้ป่วยเป็นเด็กคนหนึ่งในจำนวน 6 คน บิดามารดาไม่ได้อยู่ด้วยกัน แต่มารดาอยู่กับบิดาเลี้ยง ผู้ป่วยเขากับบิดาเลี้ยงซึ่งพิการเนื่องจากความผิดปกติของกระดูกสันหลังได้ดี ในย่านนั้นเป็นที่รู้กันว่ามีอันธพาลวัยรุ่น เพราะฉะนั้นผู้ป่วยก็มีโอกาสจะถูกชักจูงให้เป็นเช่นนั้นได้ง่าย กลุ่มเพื่อนหญิงของเขาก็มีลักษณะคล้ายเด็กพวกนี้ อย่างไรก็ตามครอบครัวของเขาได้พยายามประพฤติตัวให้ดีกว่าเพื่อนบ้าน และบิดาเลี้ยงของเขาก็พยายามควบคุมให้ทุกคนปฏิบัติเช่นว่าอย่างเคร่งครัด ซึ่งการกระทำเช่นนี้ของบิดาก็เป็นที่เห็นชอบของทุกคนในครอบครัว




ผลของการเรียนของผู้ป่วยอยู่ในระดับต่ำ เขาต้องได้รับการช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระดับเชาวน์ปัญญา (IQ) จากการทดสอบด้วยวิธีสแตนฟอร์ด-บิเน่ต์ (Stanford-Binet) ได้ 75-85 ซึ่งจัดอยู่ในขั้นปัญญาอ่อนขนาดน้อย ในวัยเด็กดูเขาจะมีความประพฤติดี และที่โรงเรียนเขาก็แสดงว่ามีความรับผิดชอบ มีความริเริ่ม เชื่อถือได้ ซื่อสัตย์ เข้ากับเพื่อนได้ดี และไม่ก้าวร้าว แต่ค่อนข้างจะเก็บอารมณ์และความคิด ไม่ค่อยแสดงความวิตกกังวลออกมา ไม่ค่อยรู้จักตนเองตลอดจนไม่ค่อยเข้าใจอะไรตามความเป็นจริง และถูกชักจูงง่าย




ประมาณ 3 ปี ก่อนจะถูกส่งมาพบแพทย์ ผู้ป่วยมีคนรักคนหนึ่งและวันหนึ่งเธอก็ทำให้เขาแปลกใจ โดยปรากฏตัวที่ห้องนอนของเขาในขณะที่เขากำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า และเธอเอามือโอบรอบคอเขา ในครั้งนั้นเขารู้สึกตึงเครียดจากการกระทำของเธอ แต่ก็รู้สึกตื่นเต้นทางเพศ และจากเหตุการณ์นั้นเป็นต้นมาเขาก็มักจะสำเร็จความใคร่ด้วยตนเอง การสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองทำให้เขารู้สึกผิดและความรู้สึกนี้ยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อเขาถูกมารดาตำหนิที่พบรูปผู้หญิงโป๊ในห้องของเขา ด้วยความรู้สึกผิดที่มากขึ้นเรื่อยๆ เขาก็เริ่มประพฤติผิดปกติทางเพศ เป็นต้นว่า เขาจะรู้สึกตื่นเต้นทางเพศ ถ้าได้ดันวัตถุบางอย่างเข้าไปในทวารหนัก ทั้งๆ ที่เขารู้สึกเจ็บปวดจากการกระทำนั้น ต่อมาเขาก็พยายามทำร้ายตนเองด้วยมีดขณะสำเร็จความใคร่ และเมื่อเขาเกิดความรู้สึกผิดรุนแรงมากเขาจะเอาหัวซุกไว้ใต้หมอน เพื่อให้หายใจไม่ออกขณะหลั่งน้ำกาม ครั้งสุดท้ายเขาใช้เชือกรัดคอเพื่อให้ความรู้สึกตัวเลวลงจะได้ไม่ต้องรับรู้ในสิ่งที่เขากำลังกระทำ พฤติกรรมดังกล่าวเหมือนเป็นการลงโทษตัวเองเนื่องจากมีความรู้สึกผิด




การเฆี่ยนตีและการใช้เครื่องพันธนาการ




การเฆี่ยนตีตนเอง นิยมกระทำกันทั่วไปและอย่างเปิดเผยในยุโรประหว่างคริสตศตวรรษที่ 11-14 เนื่องจากคริสตศาสนาอนุญาตให้มีการลงโทษตนเองที่มีอารมณ์เพศได้ พฤติกรรมเช่นนี้ดูเผินๆ คล้ายกับว่ากระทำเพื่อกดอารมณ์เพศ แต่ความจริงแล้วหลายคนกระทำไปเพื่อความสุขทางเพศมากกว่า ปัจจุบันการเฆี่ยนตีมีความหมายเพื่อความสุขทางเพศโดยเฉพาะ กล่าวคือคนที่มีความสุขทางเพศจากการเห็นผู้อื่นเจ็บปวดก็อาจใช้วิธีเฆี่ยนตีคู่นอน เพื่อให้ตนเกิดความเร้าใจทางเพศ หรือผู้ที่มีความสุขจากการถูกทารุณกรรมก็อาจพอใจที่จะให้คู่นอนเฆี่ยนตีตนกระทำเช่นนี้ แพร่หลายมากในหมู่คนร่ำรวยที่มีความวิปริตทางเพศดังกล่าวแล้ว




การใช้เครื่องพันธนาการก็เช่นกัน เป็นการแสวงหาความสุขทางเพศจากการได้แสดงอำนาจเหนือผู้อื่น หรือจากการตกเป็นจำเลย ผู้ชายที่ชอบใช้เครื่องพันธนาการกับคู่ของตนมักเป็นคนเฉื่อยชาในเรื่องเพศ จึงมีความตื่นเต้นที่ได้แสดงบทบาทก้าวร้าวในเวลาร่วมเพศ




เครื่องพันธนาการที่ใช้ส่วนใหญ่ได้แก่ เข็มขัด เชือกผูกรองเท้า สายหนังรัดข้อมือ แถบผ้าสำหรับพันคอ เชือกและโซ่ เครื่องมือเหล่านี้มีขายทั่วไป ทั้งชนิดที่ใช้กับกิจกรรมทางเพศของชายหญิงตามปกติและของพวกรักร่วมเพศ โสเภณีบางคนจะมีเครื่องมือเหล่านี้ไว้สนองความต้องการของลูกค้าที่วิปริตเหล่านี้ด้วย




วิธีกระทำมีหลายแบบเช่น อาจใช้วงแหวนครอบที่หัวนม หนังหุ้มปลายองคชาต หรือปากช่องคลอดแล้วยึดติดกับเข็มขัดอีกทีหนึ่ง บางคนจะใส่เสื้อผ้าที่ทำด้วยหนังสัตว์และรองเท้าบู๊ทซึ่งมีสายรัดแน่นอันเป็นสัญลักษณ์ของการเป็นทาส บางคนใช้เครื่องผูกรัดเหล่านี้ไว้ภายในแล้วสวมเสื้อผ้าทับไว้ก่อนออกไปเที่ยวข้างนอก
ผู้ชายบางคนชอบแสดงเป็นม้าโดยการสวมบังเหียนพร้อมกับก้มลงคลานให้คู่นอนจูงไปมา ผู้หญิงก็อาจสวมสายบังเหียนแบบที่มีที่ครอบปาก เพื่อให้ฝ่ายชายพอใจที่สามารถบังคับเธอไม่ให้เอ่ยวาจาทิ่มแทงใจตนได้




การใช้เครื่องพันธนาการในกิจกรรมทางเพศบางครั้งอาจเป็นอันตรายต่อผู้ถูกกระทำ จึงต้องปฏิบัติตามกฎต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด







1. จะใช้เครื่องพันธนาการได้ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายยินยอม



2. ใช้เครื่องพันธนาการต่อเมื่อแน่ใจว่าทั้งตนเองและผู้ถูกกระทำมีสติสัมปชัญญะครบบริบูรณ์



3. ห้ามใช้สิ่งใดผูกคอ หรือบีบรัดคอเป็นอันขาด



4. ผูกเชือกด้วยปมที่แก้ง่าย



5. ห้ามทิ้งผู้ถูกพันธนาการไว้ตามลำพัง



6. เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งส่งสัญญาณให้ปลดปล่อยต้องกระทำทันที


















แหล่งที่มา : ศาสตราจารย์แพทย์หญิงสุวัทนา อารีพรรค

ป้ายกำกับ: , , ,

วันจันทร์ที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ผู้ชายชอบให้ผู้หญิงใส่ ชุดคอสเพลย์ เวลามี เซ็กซ์ จริงหรือ?

ถ้าเป็นคนญี่ปุ่นก็ว่าไปอย่าง เพราะว่ามีหน้าตาจิ้มลิ้มน่ารัก ใส่ชุดแบบนี้ก็ออกมาดูน่าร๊าก...น่ารัก ถูกใจหนุ่มๆ ชวนเกิดอารมณ์ ทุกที แล้วสาวไทยอย่างเราๆ ล่ะ จะมีสิทธิ์ใส่มั้ย... กล้าใส่กันรึเปล่า? แต่เราขอแนะนำว่า ถ้าอยากจะใส่ล่ะก็ ใส่อยู่บ้านให้หนุ่มของคุณดูคนเดียวก็พอนะคะ คงไม่ต้องบอกนะ ว่าใส่ทำไม???!!! อิอิ เพื่อ เติมรสชาติเรื่องบนเตียง ของคุณกับคนรักไงคะ... แต่อย่าลืมปรึกษาหนุ่มของคุณก่อนนะ ว่าเค้าชอบให้คุณใส่ ชุดคอสเพลย์ รึเปล่า เพราะเกิดเค้าไม่ชอบขึ้นมา จะหน้าแตก และพาลให้เค้าหมดอารมณ์ไปด้วย ...

ป้ายกำกับ: , ,

เรื่องของจู๋หัก ที่ผู้ชายควรรู้

กรณีชายหนุ่มที่อ้างว่าอวัยวะเพศแข็งตัวแล้วไม่ยอมอ่อนลงมา จึงใช้มือหักเพื่อระงับอาการ แต่เกิดความผิดพลาดจนทำให้อักเสบบวมช้ำเจ็บจนทนไม่ไหว ต้องให้แพทย์เร่งช่วยเหลือนั้น มีข้อสังเกตและข้อแนะนำทางการแพทย์เพื่อเป็นการเตือนใจบุรุษเพศทั้งหลาย

องคชาตเป็นอวัยวะสืบพันธุ์เพศชายที่มีความบอบบาง และไม่สามารถทนต่อการกระทบกระเทือนที่รุนแรงได้ การบาดเจ็บต่ออวัยวะสืบพันธุ์ชาย ราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทยและสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะ (ประเทศไทย) รายงานไว้ว่า อันตรายต่ออวัยวะสืบพันธุ์ชายพบได้ไม่บ่อยนัก แต่เนื่องจากเป็นอวัยวะที่สร้างความวิตกกังวลแก่คนไข้มาก หากรักษาไม่ถูกต้องอาจจะมีความผิดปกติ ผิดรูป รวมทั้งไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ หรืออาจจะเป็นหมันได้

ศ.น.พ.สมบุญ เหลืองวัฒนากิจ แพทย์ประจำแผนกทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่า การบาดเจ็บลักษณะองคชาตหักพบได้เรื่อยๆ สาเหตุเกือบทั้งหมดมาจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ผิดท่า หรือได้รับการกระแทกขณะแข็งตัว

องคชาตเป็นอวัยวะที่ไม่มีกระดูก การบาดเจ็บนั้นความจริงแล้วจึงไม่ใช่การหัก แต่เป็นการฉีกขาดของเยื่อหุ้มรอบแกนขององคชาต (Tunica Albuginea)

การแข็งตัวขององคชาตเกิดขึ้นได้ เพราะภายในองคชาตมีกล้ามเนื้อที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำ เรียกว่า Corpora Cavernosa ทำหน้าที่ในการกักเก็บเลือด เมื่อเกิดสิ่งเร้าขึ้นเลือดจะมาคั่งบริเวณกล้ามเนื้อจนทำให้บวมขึ้น หลอดเลือดดำในองคชาตจะถูกกดด้วยร่างกายและเลือดจะคั่งอยู่บริเวณเนื้อเยื่อ Corpora Cavernosa ยิ่งมีเลือดสูบฉีดเข้ามากขึ้นเท่าใดองคชาตจะยิ่งตั้งตรงและแข็งตัวมาก

เนื้อเยื่อ Corpora Cavernosa จะถูกล้อมรอบด้วยเนื้อเยื่อ Tunica Albuginea ซึ่งมีความหนาและเหนียวมาก ขณะที่องคชาตแข็งตัว หากมีการกระทบกระแทกที่ผิดท่าอย่างรุนแรง เนื้อเยื่อ Tunica Albuginea ก็จะฉีกขาด จนอาจสามารถได้ยินเหมือนเสียงหักดัง \"เป๊าะ\"

เมื่อองคชาตหักจะมีเลือดออกจำนวนมาก ทำให้เกิดการบวมอย่างรวดเร็ว การรักษาผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดเพื่อเย็บ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ฉีกขาด เพราะเนื้อเยื่อดังกล่าวไม่สามารถหายเองได้ เพราะจะทำให้องคชาตมีลักษณะโค้งงอ และมีความเจ็บปวดเมื่ออวัยวะเพศแข็งตัว และเสี่ยงที่จะเกิดการติดเชื้อได้

ผลการรักษาหากสามารถซ่อมแซมเนื้อเยื่อได้ดีจะสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้อย่างปกติ แต่ส่วนมากมักพบว่าผู้ป่วยมีปัญหาทางจิตใจ มีความกลัวได้รับการบาดเจ็บ จนส่งผลกระทบต่อการแข็งตัวตามปกติ

ส่วนผู้ที่มีความผิดปกติอื่นทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวค้าง มีหลายลักษณะ เช่น การอุดตันของเส้นเลือดบริเวณอวัยวะเพศ โรคประจำตัว หรือการรับประทานยาบางชนิดที่เร่งให้เกิดการแข็งตัว เป็นต้น

วิธีทำให้อวัยวะเพศอ่อนตัวเป็นปกตินั้น นอกเหนือจากการใช้น้ำอุ่นราดรดเพื่อระงับอาการแล้ว ยังสามารถทำได้เพียงแค่เปลี่ยนความสนใจไปในเรื่องอื่น ไม่นานอวัยวะเพศก็จะอ่อนตัวลง
ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีอะไรพิเศษ
www.bluegy.com

ป้ายกำกับ: , ,

อยู่ก่อนแต่ง โอกาสหย่ากันสูง!!!

(มติชน)

ใครที่ยังไม่มีโอกาสได้ใช้ชีวิตอยู่กับใคร ก่อนตัดสินใจแต่งงานก็คิดซะว่าอ่านไว้เป็นข้อมูล ส่วนใครที่ตอนนี้เลือกมีชีวิตคู่แบบนั้นไปแล้ว ก็ไม่ต้อง \"ใจเสีย\" เพราะยังมีเวลาประคับประคองชีวิตคู่ให้อยู่รอดปลอดภัย

สำหรับข้อมูลนี้ เป็นผลการสำรวจในสหรัฐอเมริกา ที่มีคู่รักที่ใช้ชีวิตอยู่ร่วมบ้านเดียวกัน โดยยังไม่ได้แต่งงานมากกว่า 70% โดยทีมนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเดนเวอร์ ที่ศึกษาเรื่องนี้ และลงตีพิมพ์ในวารสารจิตวิทยาครอบครัวฉบับล่าสุด บอกว่า คู่รักที่อยู่กันก่อนแต่ง มีโอกาสที่จะหย่าร้างกันสูงกว่าคู่ที่รอจนได้แต่งงาน แล้วจึงค่อยย้ายมาอยู่บ้านเดียวกัน

นอกจากนั้น คู่รักที่อยู่กันก่อนแต่งยังไม่ค่อยรู้สึกกระตือรือร้นอยากจะแต่งงาน \"เราคิดว่าเหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้คู่ที่อยู่กันก่อนแต่งตัดสินใจแต่งงาน อาจเป็นเพราะคิดว่าไหนๆ พวกเขาก็อยู่ร่วมบ้านเดียวกันอยู่แล้ว\"

ในรายงานที่มีกาเลนา โรเดส นักวิชาการอาวุโสเป็นผู้ร่วมเขียน ยังมีคำแนะนำสำหรับคู่รักด้วยว่า \"น่าจะดีกว่า ที่คนรักควรจะมีการพูดคุยกันให้ชัดเจน ก่อนตัดสินใจย้ายไปอยู่ด้วยกัน เพราะมันมีผลต่อความสัมพันธ์ในอนาคต อีกทั้ง การอยู่ด้วยกัน เวลาต้องเลิกกัน มันทำให้เกิดปัญหายุ่งยากกว่า เมื่อเทียบกับการคบหาดูใจกัน\"

สำหรับเหตุผลที่ทำให้คนเลือกทดลองอยู่กันก่อนแต่ง จากผลการศึกษาชิ้นหนึ่ง ในวารสารจิตวิทยาครอบครัวบอกว่า คำตอบที่มาเป็นอันดับ 1 ก็คือ ต้องการใช้เวลาอยู่ด้วยกันให้มากขึ้น รองมาได้แก่ ความสะดวกสบาย ตามมาด้วยต้องการทดลองดูสิว่าจะอยู่ด้วยกันรอดมั้ย?

คำตอบ ซึ่งค่อนข้างผิดไปจากผลการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ ซึ่งมักจะบอกว่า เหตุผลที่ทำให้คนเลือกอยู่ด้วยกันก่อนแต่ง ก็เพราะต้องการทดลองดูว่าจะอยู่ด้วยกันได้มั้ย?

\"แต่การทดลองอยู่ด้วยกัน เพื่อทดสอบความสัมพันธ์กลับกลายเป็นสาเหตุที่สร้างปัญหาในความสัมพันธ์มากที่สุด\" โรเดสกล่าวไว้ตอนหนึ่งในรายงาน

ทั้งนี้ ในเรื่องความละเอียดอ่อนของการใช้ชีวิตคู่ ยังมีผลการศึกษาจากทีมนักวิชาการมหาวิทยาลัยในออสเตรเลีย บอกด้วยว่า ลำพัง \"ความรัก\" เพียงอย่างเดียว ไม่สามารถเหนี่ยวรั้งให้สามีภรรยาอยู่ด้วยกันได้ แต่ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่าง เช่น อายุของทั้งคู่ ความสัมพันธ์พื้นฐานก่อนจะกลายมาเป็นคนรักกัน แม้แต่เรื่อง \"สูบบุหรี่\" ว่าทั้งคู่สูบ หรือไม่สูบ ก็ยังมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตคู่ว่า จะอยู่กันรอดหรือไม่ด้วย?

หมดเท่านี้แหละค่ะ สำหรับข้อมูลต่างๆ ในรายงาน แต่คู่ไหนที่ไม่อยากเจอ \"งานเข้า\" เราว่า เวลาอยู่ด้วยกันก็พยายามทำ \"ความเข้าใจ\" กันไว้มากๆ นั่นแหละดีที่ซู้ด!!!






ที่มา http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

เซ็กซ์ที่สุขสมนั้น...เป็นฉันใด

มีหลายต่อหลายคนเจอหน้าก็ถามว่า เขียนแต่เรื่องรักๆ ใคร่ๆ มานานนักหนาแล้ว อยากจะทราบว่า เซ็กซ์ที่สุขสมนั้นเป็นฉันใด

เพราะว่าบางครั้งก็ไม่ได้สุขสมเหมือนดังที่ฝันเอาไว้


ชายหนุ่มคนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า... เป็นคนโสดก็ไปหาความสุขตามประสาคนโสด และเนื่องจากไม่อยากไปทำให้ผู้หญิงคนไหนเดือดร้อน จึงไม่ได้คิดจะไปทำรักใครชอบใครแล้วหาทางร่วมรักกับเขา เหมือนที่ชายหนุ่มหลายๆคนชวนทำกันอยู่ และคิดว่าเป็นเรื่องโก้เก๋ที่ได้ร่วมรักกับผู้หญิงจนหนำใจแล้วก็เปลี่ยนคนใหม่ไปเรื่อยๆ เหมือนเด็ดดอกไม้ริมทางมาดม แล้วก็ทิ้งขว้างไป

" ผมคิดว่าเป็นบาปนะครับแบบนั้น อีกหน่อยเป็นพ่อคนมีลูกสาวแล้วโดนเข้าบ้างจะเป็นอย่างไร ยุคนี้กรรมยิ่งตามทันเร็วเสียด้วย" เขาก็เลยใช้บริการทางเพศแบบตรงไปตรงมา ไม่เคยเอาเปรียบผู้หญิงคนที่เขาร่วมรักด้วย เรียกว่า มีความสุขไปคนละแบบ เขาก็ได้ระบายบางสิ่งบางอย่างออกไป เธอก็ได้บางสิ่งบางอย่างที่ต้องการตอบแทนไป


" แต่ผมก็สังเกตนะครับว่า บางคนไม่ยอมให้ผมแตะเต้านมและหัวนมของเธอเลย ไม่ว่าจะเจรจาอย่างไร แต่บางคนก็โอเคจะใช้ปากทำรักบ้างเธอก็ยอม เลยทำให้บางครั้งมันค้างคาใจอย่างไรก็ไม่รู้เวลาทำได้ไม่เต็มที่แบบนั้น" ...และรู้สึกเหมือนว่าความสุขสมมันน้อยลงไปบ้าง



...นี่เป็นเรื่องของการยึดติดกับรูปแบบที่อยากได้ อยากทำ พอไม่ได้ทำก็เลยรู้สึกเหมือนว่าขาดอะไรบางสิ่งบางอย่างไป ไม่เหมือนเดิม เลยทำให้ไม่สุขสม


ถ้าจะลองคิดดูในแง่ที่ดี เธออาจจะกลัวว่าส่วนดังกล่าวของเธอจะคล้อยไปไม่งอนงามเหมือนเดิม หรือส่วนหัวจะสีคล้ำดำด่างไม่สวยงามก็เป็นได้ ลองคิดดูซิว่าถ้าเธอเป็นคนที่ต้องใช้รูปร่างความสวยงามต่างๆ เพื่อเป็นแบบให้ถ่ายภาพตามอาชีพก็เป็นได้ ดังนั้น ถ้ามองเธอในทางที่ดีแบบนี้ ก็อาจจะมีความสุขมากขึ้น และสิ่งที่ไม่ครบตามที่ต้องการก็อาจจะไม่จำเป็นก็เป็นได้ ...มีความสุขสมเพราะความเข้าใจกันและพึ่งพากันนั่นเอง


และเซ็กซ์ก็แค่เป็นส่วนหนึ่งของสัมพันธภาพเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นสัมพันธภาพแบบไหน ขอให้อยู่บนพื้นฐานของการเข้าใจกัน เอาใจใส่กัน และพึ่งพากันตามสมควร

" ของผมนะ เวลาไปใช้บริการมีสาวคนหนึ่งยอมทำให้ทุกอย่างเลยครับ แต่ไม่ยอมให้จูบปากเธอ ขอร้องผมว่าขอเก็บบางสิ่งบางอย่างไว้ให้ผู้ชายคนที่รักเธอและเข้าใจเธอเถิด เผื่อเธอจะหาพบในอนาคต ตอนแรกๆ ผมก็อึดอัดนะ เพราะมันเหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง แต่มาคิดในทางที่ไม่เข้าข้างตัวเองจนเกินไป ก็คิดได้ว่าจะเอาอะไรนักหนา เธอก็ยอมโอเคแทบจะทุกรูปแบบแล้ว ถ้าเราอยากได้สิ่งสุดท้ายที่ลูกผู้หญิงคนหนึ่งหวงแหนไว้ให้ชายคนที่รักเธอนั้น เราน่าจะเอาเปรียบเธอมากไป และแน่นอนว่า ถ้าเราเป็นชายคนที่รักเธอคนนั้น เธอก็คงจะยอมทุกสิ่งทุกอย่าง ในเมื่อเรายอมรับที่จะเป็นชายคนนั้นของเธอไม่ได้ ก็น่าจะยอมรับสัมพันธภาพแบบนี้ได้ คิดได้เท่านี้แล้วความสุขสมก็บังเกิดขึ้นในทันทีทันใด


ตอนหลังๆ นี้บางครั้งก็ไม่ได้มีอะไรกับเธอแล้วแต่ยังตามมาพูดคุยกันอย่างถูกคอเหมือนเป็นเพื่อนๆ กัน เธอมีความทุกข์อะไรก็มาเล่าให้ฟัง ทำไปทำมาเลยเลิกมีเซ็กซ์กันไปเลย เพราะมีบางสิ่งบางอย่างที่มีความสุขมากกว่าการมีเซ็กซ์ และสิ่งนั้นก็คือ ความเป็นเพื่อน
ที่จริงนั้นคนเราไม่ควรที่จะแบ่งชนชั้นวรรณะ และไม่ใช้ความคิดของตัวเองไปบอกว่าใครดี ใครไม่ดี แน่นอน เธอก็ไม่เคยไปแย่งสามีใคร และไม่เคยไปโกงกินใคร ไอ้เรื่องจะไปทำให้ใครเดือดร้อนหรือไม่ก็คงแล้วแต่คิดๆ กันไปเอง


ครั้งหลังสุดนี่ ผมยุให้เธอเลิกทำอาชีพแล้วไปเรียนหนังสือต่อต่างประเทศเลย ไม่แน่นะ ใครจะรู้ว่าในอนาคตผมอาจจะเป็นแฟนกับเธอจริงๆ กลับมารักกันใหม่ก็ได้ ใครจะรู้ และตอนนั้น ถ้าเกิดมีบทพิศวาสกัน ผมว่ามันต้องเป็นเซ็กซ์ที่สุขสม... สมกับที่รอคอยจูบปากเธออย่างดูดดื่มทีเดียวนะ

แต่ถึงแม้ว่าจะไม่เป็นแบบนั้น การที่คิดดีๆ กับใครสักคนหนึ่ง และหวังดีต่อเธอก็ทำให้เรามีความสุขมากแล้วนะ โดยไม่ต้องมีเซ็กซ์ จริงไหมครับ และบางทีมันก็ยั่งยืนกว่าความสุขที่เรียกว่า จุดสุดยอดเพียงไม่กี่วินาทีเสียอีก" ...นี่เป็นคำบอกเล่าจากปากของชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง



คงจะพอบ่งบอกได้เหมือนกันว่า ในสัมพันธภาพของคนเรานั้น แม้ว่าเซ็กซ์ที่สุขสมจะเป็นความปรารถนาเบื้องต้นของหนุ่มสาวที่ร้อนแรงด้วยเพลิงพิศวาส แต่หลังจากกามารมณ์และเสน่หามอดดับไป... ความรักที่บริสุทธิ์ก็ก่อกำเนิดขึ้นมาแทน


ด้วยเหตุนี้ ปรัชญาที่ว่า ความรักนั้นสุขสมมากกว่าความพิศวาสและยืนยงกว่า จึงเป็นจริงมาในทุกยุคทุกสมัย ถ้าจะรู้จักเข้าใจให้ถ่องแท้

" ดิฉันถึงจุดสุดยอดทุกครั้งที่ร่วมรักกับแฟน อาจจะเป็นเพราะเขาเข้าใจและรู้ใจว่า ควรจะแตะต้องดิฉันที่จุดใด โดยวิธีการแบบใดจึงจะจุดไฟพิศวาสในใจดิฉันออกมา เขาเอาอกเอาใจและใส่ใจในความรู้สึกของดิฉันมากในทุกเรื่องราว ไม่ใช่เฉพาะแค่เรื่องของการร่วมรักและนั่นแหละที่ทำให้ดิฉันพร้อมทุกครั้ง เวลาที่เขามีอารมณ์ ไม่ว่าจะเหนื่อยจากการงานมาขนาดไหน ถ้าเขาต้องการ ดิฉันจะรู้สึกเหมือนว่ามีความสุขขึ้นมาทันที ความเหนื่อยหน่ายจะหายไปอย่างปลิดทิ้งทีเดียว พร้อมที่จะตอบสนองการทำรักของเขา


" ใครบอกว่าผู้หญิงนั้นยากที่จะเกิดอารมณ์เพศถ้าเหนื่อยๆ ก็อาจจะเป็นจริงสำหรับคนที่ไม่เคยสุขสม แต่สำหรับคนที่มีความสุขสมแล้ว ความเหนื่อยกายจากการทำงานนั้นไม่ใช่เรื่องที่สลักสำคัญอะไรเลย อย่างมากก็แค่ชวนเขาอาบน้ำอุ่นให้ผ่อนคลายกันก่อนสักพักแล้วค่อยร่วมรักกัน ที่จริงดิฉันมีของฝากเพื่อนๆ ผู้หญิงอีกว่า เวลาที่เหนื่อยมาจากการงานและอยากจะร่วมรักกันอย่างมีความสุข เป็นการผ่อนคลายความเครียดนั้น ถ้ารู้จักเรียนรู้การนวดสัมผัสให้แก่กันเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อแล้วละก็ จะทำให้การร่วมรักที่เกิดขึ้นในภายหลังมีความสุขสมมากขึ้นทีเดียว


" เพราะในระหว่างที่นวดสัมผัสให้แก่กันนั้น เป็นการถ่ายทอดสัมผัสรักให้แก่กันด้วย และสำหรับดิฉันแล้ว เป็นการพรีลูด หรือโหมโรงก่อนร่วมรักที่ดีที่สุดเลย ไม่เชื่อก็ลองดู"


คุณแม่ลูกหนึ่งที่ยังสาวให้ความเห็นเมื่อถามไถ่ว่า เธอมีเคล็ดลับอะไรที่ทำให้หน้าตาผ่องใสและมีความสุข " เซ็กซ์ค่ะ เซ็กซ์ที่สุขสม ทำให้เป็นหนุ่มเป็นสาวเสมอๆ"


" เซ็กซ์ที่สุขสมนั้น อาจจะไม่จำเป็นต้องถึงจุดสุดยอดเสมอไป" สาววัยสามสิบห้าหยกๆ สามสิบหกหย่อนๆ ผู้ผ่านโลกมามาก กล่าว


" คนเรานั้น คิดอยู่แต่ว่าร่วมรักกันแล้วต้องถึงจุดสุดยอด ก็เลยทำให้เกิดความเครียด เพราะมัวแต่กังวลใจอยู่ว่า จะต้องทำอะไรกันอย่างไร จึงจะถึงจุดสุดยอด โดยลืมไปว่า เรากำลังทำรักกันอยู่นะ เรากำลังหาความสุขจากการสัมผัสทางกายกันอยู่นะ และความสุขจากการที่เราได้สัมผัสทางกายกันเป็นเวลาเนิ่นนานนั้น น่าจะมีความสุขสมมากกว่าการไปถึงจุดสุดยอดเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เพียงแต่ว่าจุดอ่อนของคนเรา ทั้งผู้หญิงและผู้ชายก็คือ การยึดติด...ยึดติดกับรูปแบบเดิมๆ ความสุขแบบเดิมๆ ในแนวทางเดิมๆ ซึ่งน่าเบื่อหน่าย ถ้าคิดจะมีความสุขสมนะ มันเริ่มมีความสุขตั้งแต่เริ่มคิดแล้ว ไม่ต้องรอคอยจนถึงจุดสุดท้ายหรอก"


" จริงของเธอ ฉันนะ ถึงจุดสุดยอดบ้าง ไม่ถึงจุดสุดยอดบ้าง แต่มีความสุขสมทุกครั้งที่ร่วมรักกับแฟน รู้ไหมว่าทำไม... ก็เพราะเวลาที่ร่วมรักกันฉันลืมตากว้างเสมอ ดูภาพของความสุขเวลาที่ชายคนที่เรารักกำลังทำรักให้เรา และปล่อยจินตนาการให้ล่องลอยไปตามจังหวะการเคลื่อนไหวของเขา


" ผู้หญิงเรา ถ้าหัดลืมตาไว้บ้าง เวลาร่วมรักน่าจะมีความสุขมากกว่านี้ จริงๆ นะ ลองทำดูก็ได้ในคืนนี้" เพื่อนของเธอเสริมขึ้นมา

" และถ้าเป็นพวกชอบความมืดนะ ลองร่วมรักกันในห้องหับที่มืดสนิทจนมองอะไรไม่เห็นแบบนั้น ประสาทสัมผัสจะตื่นตัวเต็มที่ทำให้ได้สัมผัสรักอย่างหนำใจและสุขสมทีเดียว"



...เห็นไหมว่า เซ็กซ์ที่สุขสมนั้น หาได้ไม่ยากเลย!!! ถ้า...ไม่ยึดติด





แหล่งที่มา » เนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 12 ฉบับที่ 583 วันที่ 4 -10 ส.ค. 2546

ป้ายกำกับ: , ,

อยากแต่งงานหรืออยากลองรัก

ผู้หญิงมากมายฝันอยากเข้าพิธีวิวาห์ใจจะขาด ชนิดเป็นไงเป็นกัน ชีวิตนี้ เดี๊ยนขอแต่งงานสักครั้ง แล้วค่อยยอมตายตาหลับว่างั้นเถอะ...วี้ดวิ้ว ขืนคิดแบบนี้ เผลอๆ อาจได้วิวาห์มากกว่าหนึ่งก็ได้


หลายครั้งผู้หญิงกับการแต่งงานจึงแยกกันไม่ออก แต่กลับหนุนส่งกันด้วยซ้ำ

เหตุนี้ จึงถึงเวลาแล้วที่ควรแฉ เอ๊ย...ขุดคุ้ยถึง สาเหตุที่ทำให้ ผู้หญิงอยากแต่งงานบ้างแล้วกัน ก็แหม้ เพศตรงข้ามเค้าจะได้เข้าใจหนูไงว่า ที่หล่อนชอบตื๊อ เร่งรัดให้รีบแต่งฯ กันไวๆ นั่นน่ะ สาวเจ้าก็มีเหตุผลซุกซ่อนอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่า เอะอะ แค่ ปล่อยให้เขาจับมือถือแขนเข้าหน่อย เท่าเนี้ย ก็บีบให้ต้องยกขันหมากมาสู่ขอซะแล้ว ถ้าเข้าใจผิด ก็เข้าใจใหม่ได้นะเคอะ

ใน เหตุผลสุดฮิต 10 ประการที่ผลักดันให้ผู้หญิงแต่งงาน (Top 10 reasons she wants to get married จาก Askmen.com) บอกว่า การที่ผู้หญิง อยากแต่งงาน ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด เพราะเห็นชัดๆว่า วิวาห์ช่วยเติมฝันของผู้หญิง ให้เป็นจริงมานักต่อนักแล้ว เพราะอะไรนะรึ ก็เพราะผู้หญิงมีทัศนะด้านบวกเกี่ยวกับ การแต่งงานน่ะสิ ส่วนจะมีอะไรบ้าง ขอเรียงลำดับให้ฟังต่อไปนี้เลย

• ผู้หญิงมองพิธีวิวาห์ว่า เป็นสัญญาณของการสร้างครอบครัว, สร้างบ้าน และความเป็นปึกแผ่นของชีวิตไงล่ะ

เอ้า ก็จากเคยเป็นคุณหนูอยู่บ้านพ่อแม่ แต่พอแต่งงานปุ๊บ สาวบางคนต้องย้ายบ้านปั๊บ แล้วงี้จะไม่ให้เธอแก่แดด เอ้ย...เป็นผู้ใหญ่ขึ้นกว่าแต่ก่อนได้ไง

• พอถึงช่วงอายุนึง นาฬิกาชีวิตของหล่อน จะสั่นดังระรัว อย่างกะได้ยินเสียงนกหวีดจนแสบแก้วหู เตือนให้ลงจากคานสักทีเหอะ โหย มีการไล่ด้วยเว้ย เจ้าคานนี่

• แต่งเพราะถูกครอบครัวกดดัน

ประเภทเห็นลูกสาวเรียนจบแล้ว มีงานทำแล้ว แต่ยังไม่มีแฟนก็ร้อนตัวแทน ว่าแล้วก็กระหน่ำ พูดตอดเล็กตอดน้อย จนน้องหนูอึดอัด ฟึดฟัดมองหาผัวซะเลย ไม่รู้จะรีบขับไล่ไสส่งลูกให้เป็นฝั่งเป็นฝาเร็วๆไปไย แบบนี้เป็นห่วงลูก, รักลูกหรืออยากผลักภาระกันแน่นะป๋านะ

• กลัวถูกมองเป็นตัวประหลาดถ้าไม่แต่งสักที

จึงรวบรัดตัดตอน แต่งมันซะให้รู้แล้วรู้ล่ม เอ้ย รอด ไปเลย ไหนๆก็หนีปากชาวบ้านไม่ได้แล้วนี่ ว่าแต่ใครบ้าจี้ทำทุกอย่างที่ชาวบ้านพูด ก็พิลึกเหมียนกัน คนอาไร้ เอาตัวเองไปผูกกับ ขี้ปากคนอื่น เฮ้อ

• แต่งเพราะอยากให้เรือล่มในหนอง ทองจะได้ไม่ไปไหน ไงตัว

หรือพูดอีกที ถ้าทองไม่มี เงินก็เหลือน้อย งั้นชวนอยู่บ้านเดียวกัน ค่าใช้จ่ายจะได้หาร 2 แบบคิดในแนวประหยัด จะว่ากันไหมเนี่ย

• ลิ้มรสชาติของการมีเซ็กซ์ บ้างดิ เชื่อเป่าว่า ผู้หญิงบางคนจะไม่ย้อม ไม่ยอมปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวให้ใครเด็ดดมฟรีๆ ถ้าไม่ผ่านงานวิวาห์เกี่ยวดอง คล้องใจอย่างเป็นเรื่องเป็นราวซะก่อน เพราะงี้การกระโจนเข้าสู่งานแต่งเลยทำให้เธอคึกคะนอง อยากลองดี อย่างกะม้าแข่งยังไง อย่างงั้น....พูดเข้าไปโน่น

• มองว่าชีวิตสมรสเหมือนเรื่องหวานแหววดังเช่นเทพนิยาย

อ่านนิยายก็รู้สึกโรแมนติกซะเหลือเกิน ดูหนังดูละครล้วนมีแต่เรื่องรักใคร่เสน่หา แล้วเรื่องไร หนูจะทำให้ชีวิตตัวเองต้องพลาดจากความรักไปซะล่ะ

• อ้าว ก็ ถึงเวลา สมควรที่จะทิ้งชีวิตโสดแล้วไม่ใช่เหรอ

• แต่งเพราะท้อง

แหม ไม่ต้องยกตัวอย่างก็ได้มั้ง เพราะชีวิตจริง หลายคู่ชอบใช้คำว่า คลอดก่อนกำหนดทั้งนั้นนี่

สุดท้าย • แต่งเพราะหนูรักเขาน่ะสิคะถามได้ ข้อนี้แหละสำคัญสุด ถ้าไม่รักคงไม่ยอม หลอมเป็นทองแผ่นเดียวกัน นี่ไม่นับคู่ที่ถูกบังคับให้แต่งฯนะ

ว่าแต่ เมื่อตัดสินใจชวนกันขึ้นวิมานฉิมพลีแล้ว แน่ใจรึว่า น้องเจนสนามรักมากพอ จนไม่ ทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิด คันยิก ยิก ในหัวใจ เพราะรู้นะว่า โดยธรรมชาติผู้หญิงชอบเกรงใจ แฟนเหลือเกิ้น พอเกรงใจมากๆ เลยกลายเป็นเสแสร้ง ตลบตบตาความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง เป็นงั้นไป

จากการรวบรวม เรื่องไม่เข้าท่าที่ผู้หญิงมักทำยามอยู่บนเตียง พบว่า...

1. ผู้หญิงชอบทำเป็นว่า ลีลาการจูบของเขานั้น แสนจะเด็ดดวง สะแด่วแห้ว ทั้งๆที่อีกฝ่าย น้ำลายฟูมปากขนาดนั้น นั่นนะ

2. ผู้หญิงชอบเล่นละครตบตา ว่าเดี๊ยนถึงจุดสุดยอดทุกครั้งที่ทำกิจกาม เซ็กซ์ๆ เอ็กซ์ๆ กันก็อย่างที่บอกไว้ตอนแรกนั่นแหละว่า ฝ่ายหญิงน่ะชอบรักษาน้ำใจแฟน

ขืนเผลอพูดหลังเมกเลิฟเสร็จว่า ไม่เห็นสนุกเลย หรือก็งั้นๆแหละ เดี๋ยวคนฟังเค้าตีความ เอาเองว่า เอ๊ะแบบนี้ก็เท่ากับต่อว่า อั๊ว ว่าไม่เก่ง ก็ซวยน่ะสิ เออ...ถ้าคิดแบบเมตตา ก็น่าเห็นใจหนูอยู่หรอก

3. ฝ่ายสาวชอบทำเป็นหลงใหลได้ปลื้มกับเทคนิคการทำออรัลเซ็กซ์ของเขา ทั้งที่ไม่เห็นดีเด่ ตรงไหน แต่ชมไว้ก่อนจนคนฟังนึกว่าชอบให้ทำบ่อยๆ แล้วงี้จะให้เขาทำถูกใจได้ไง จริงมะ

4. หรือไม่ผู้หญิงก็ชอบทำเป็นว่า ติดอกติดใจในคำพูดระหว่างเมกเลิฟของ อีกฝ่ายว่า แสนเร้ารึงใจ ทั้งที่ไม่มีคำไหนฟังรื่นหูเลยสักประโยค เธอก็ว่าดีไว้ก่อน ระวังนะ ขืนเอาใจเขามากๆ อีกหน่อยเขาทำอะไรบนเตียงให้แล้วไม่ถูกใจ อย่าชวนทะเลาะละกัน

เรื่องกอดจูบลูบคลำเนี่ย ถ้าไม่เปิดใจให้กันแต่ต้นว่า ชอบตรงไหน ไม่ชอบตรงไหน แล้วจะไปกันรอดรึ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหนีไปมีใหม่เป็นการชดเชยความตอแหลล่ะก็ เดี๋ยวก็ยุ่งหรอก.


ที่มา http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

พลังเพศ...พลังฮอร์โมน

The sexfile
ผศ.นพ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

ผู้ชายทุกคนนั้นเท่าที่มีพลังทางเพศอย่างเหลือเฟือในวัยหนุ่ม ก็เป็นผลมาจากการมีระดับฮอร์โมนเพศชายในร่างกายในระดับสูงมาก เริ่มตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปี เป็นต้นไป ลูกอัณฑะจะผลิตฮอร์โมนเพศชายออกมาในปริมาณที่สูงมากและจะคงระดับสูงๆ ไปจนถึงอายุ 25 ปี ก่อนที่จะคงระดับสูงสุดแบบนั้นไปจนอายุ 40 ปี ก่อนที่จะลดการผลิตฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนลงจนชายวัยกลางคนเกิดการพร่องฮอร์โมนเพศชาย ทำให้เกิดปัญหาทางด้านสุขภาพและเกิดการหย่อนสมรรถภาพทางเพศตามมาด้วยจนคุณภาพชีวิตด้อยลงไป

แท้ที่จริงแล้วฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนนอกจากผลิตมาจากลูกอัณฑะแล้ว ยังมีอีกส่วนหนึ่งซึ่งจะผลิตที่เนื้อเยื่อหลายชนิดในร่างกายของผู้ชายที่สามารถจะผลิตได้ถ้ามีวัตถุดิบ หรือสารเริ่มต้นในการผลิต ซึ่งก็คือฮอร์โมนชนิดหนึ่งจากต่อมหมวกไตที่เรียกกันว่าฮอร์โมน DHEAS โดยที่ ฮอร์โมน DHEAS นั้นจะถูกย่อยสลายในเนื้อเยื่อของร่างกายด้วยสารย่อยสลายตามธรรมชาติในร่างกายของคนเราที่เรียกว่า เอ็นไซม์ เปลี่ยนไปเป็นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพสูงซึ่งเรียกกันว่า ฮอร์โมน DHT หรือฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตัวที่มีฤทธิ์แรงที่สุดเพื่อเพิ่มพลังเพศ







มาทำความรู้จักฮอร์โมน DHEAS และฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่จะทำให้มีพลังเพศพลังพิศวาสที่แสนจะเร้าใจ และสุขสมในบั้นปลายให้ละเอียดกันมากขึ้นจะดีกว่า...

ในร่างกายของคนเรานั้นมีต่อมไร้ท่ออยู่มากมายหลายชนิดและต่อมไร้ท่อที่มีความสำคัญต่อมหนึ่งก็คือ ต่อมหมวกไต หรือต่อม ADRENALGLAND ต่อมนี้มีขนาดไม่ใหญ่นักอยู่เหนือไตทั้งสองข้างจึงเรียกว่า ต่อมหมวกไตทั้งที่ไม่ได้ทำงานเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ต่อมหมวกไตนั้นมีหน้าที่สำคัญในการสร้างและผลิตฮอร์โมน DHEAS ออกมา ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้เมื่อผ่านเข้าสู่กระแสเลือดและไปสู่เนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกายแล้วก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงโดยสารย่อยสลายตามธรรมชาติในร่างกายที่เรียกว่า “เอ็นไซม์” ย่อยสลายออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกเป็นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่จะผ่านการเปลี่ยนแปลงต่อไปจนกลายเป็นฮอร์โมน DHT ซึ่งเป็นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์สูงสุดในกระบวนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนด้วยกัน ขณะเดียวกันฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนบางส่วนที่แตกตัวมาจากฮอร์โมน DHEAS ก็จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่เรียกว่า เอสโตรเจน ในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพสูงสุดที่เรียกว่า 17 เบต้า เอสตราไดออล

ทั้งฮอร์โมนเพศชายที่มีประสิทธิภาพสูงสุดคือ ฮอร์โมน DHT และฮอร์โมน 17 เบต้า เอสตราไดออล ที่เป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่มีประสิทธิภาพสูงสุดจึงมาจากสารต้นแบบเริ่มต้นตัวเดียวกันคือ ฮอร์โมน DHEAS จากต่อมหมวกไตนั่นเอง

อาจกล่าวได้ว่าฮอร์โมน DHEAS นั้น นอกจากจะทำหน้าที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกายคนเราแล้ว ยังมีหน้าที่ป้อนวัตถุดิบหรือสารต้นแบบที่เนื้อเยื่อในร่างกายจะนำไปผลิตเป็นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน และฮอร์โมน 17 เบต้า เอสตราไดออล เพื่อความสมดุลของฮอร์โมนเพศในร่างกายของมนุษย์เราด้วย

ฮอร์โมน 17 เบต้า เอสตราไดออล กล่าวได้ว่าเป็นฮอร์โมนเพศหญิงที่มีอิทธิฤทธิ์แรง และเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระด้วย ซึ่งจะช่วยทำหน้าที่ป้องกันการเสื่อมชราจากการใช้ชีวิตประจำวันของคนเรา แต่ที่สำคัญนอกจากนั้นก็คือ เป็นฮอร์โมนที่จะกระตุ้นความรัก ความเสน่หาที่จะตอบสนองต่ออารมณ์โรแมนติกที่รัญจวนใจและเร้าอารมณ์จนเกิดความพิศวาสและอยากจะร่วมรักเป็นการตอบสนองต่อความต้องการตามธรรมชาติที่เป็นพื้นฐานของการดำรงเผ่าพันธุ์

เมื่อเกิดความรักแล้ว...ความพิศวาสก็ตามมา
...จากการกระตุ้นของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพแรงพอกันนั่นก็คือ ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนตัวแรงที่สุดคือ ฮอร์โมน DHT เป็นการประสานสอดคล้องในการทำงานของฮอร์โมนเพศสองชนิดที่ตั้งต้นการผลิตมาจากสารต้นแบบหรือวัตถุดิบเริ่มต้นตัวเดียวกันคือ ฮอร์โมน DHEAS จากต่อมหมวกไตนั่นเอง

และจากผลของฮอร์โมนเพศดังกล่าวข้างต้นที่ช่วยทำให้พลังเพศของผู้ชายอยู่ในระดับที่มีสมรรถนะสูงสุดจนสามารถที่จะประกอบกิจกรรมแห่งความพิศวาสให้เกิดความสุขสมร่วมกันในจังหวะแห่งการถึงจุดสุดยอดนั้นร่างกายและจิตใจที่สุขสมก็จะทำให้เกิดการหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า “เอนดอร์ฟิน” ออกมา ผลที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสุขสม ผ่อนคลายหายเครียด นอนหลับสนิท และในห้วงนิทรารมณ์แห่งความสุขสมนั้นต่อมใต้สมองก็จะทำการผลิตฮอร์โมนที่เรียกว่า GROWTH HORMONE ออกมา ทำให้สามารถที่จะคงความเป็นหนุ่มสาว และเรียกความหนุ่มกลับคืนมา เพราะฮอร์โมน GROWTH HORMONE จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อแข็งแรง เผาผลาญไขมันส่วนเกินในร่างกาย ผิวหนังเต่งตึงแจ่มใสเป็นประกายปราศจากรอยย่น ร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังงานพร้อมที่จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและด้วยใจเต็มร้อย

ขณะเดียวกันเมื่อเกิดการนอนหลับสนิทต่อมใต้สมองก็จะผลิตฮอร์โมน TSH หรือ THYROID STIMULATING HORMONE ออกมาไปควบคุมการผลิตฮอร์โมนไทรอยด์ที่จะช่วยควบคุมการเผาผลาญอาหารที่ร่างกายได้รับให้เป็นพลังงานเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เหลือพลังงานส่วนเกินไว้เป็นการรักษารูปร่างทรวดทรงให้มีรูปร่างสมชายชาตรี

แน่นอนว่า เรื่องที่สำคัญที่สุดในขณะที่นอนหลับสนิทในความมืดนั้น ต่อมใต้สมองจะส่งสัญญาณผ่านทางฮอร์โมนที่มีชื่อว่า LH และ FSH ไปกระตุ้นลูกอัณฑะให้ผลิตตัวอสุจิที่สมบูรณ์แข็งแรงขณะเดียวกันก็จะผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนที่เป็นฮอร์โมนเพศชายออกมาด้วย

เป็นที่ทราบกันดีว่าฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนนั้นนอกจากมีหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการเจริญพันธุ์และการมีอารมณ์พิศวาสรวมทั้งพลังเพศพลังหนุ่มแล้ว บทบาทและหน้าที่ของฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนยังมีอีกมากได้แก่
• ช่วยด้านความจำ ป้องกันภาวะความจำเสื่อมและโรคอัลไซเมอร์
• ทำให้เกิดความคิดในทางบวก ไม่ซึมเศร้า มองโลกในแง่ดี แจ่มใส ร่าเริง
• ตัดสินใจแม่นยำ กระฉับกระเฉง คล่องแคล่วว่องไว
• ลดไขมันหน้าท้อง ป้องกันการลงพุง และลดไขมันในส่วนต่างๆ ของร่างกาย รวมทั้งช่วยเผาผลาญไขมันในร่างกาย
• เพิ่มขนาดของกล้ามเนื้อและพละกำลัง ทำให้มีพลังหนุ่มมาก เล่นกีฬาได้ดีขึ้น
• ป้องกันโรคกระดูกบางและกระดูกพรุน ลดโอกาสการเกิดกระดูกหัก
• อาจช่วยป้องกันไขมันอุดตันในเส้นเลือด เป็นการลดโอกาสการเกิดอวัยวะเพศชายไม่แข็งตัวหรือเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจและสมองอุดตันได้

เห็นประโยชน์ของฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนแบบนี้แล้ว การเรียนรู้ที่จะปรับเปลี่ยนการดำรงชีวิตประจำวันให้มีประสิทธิภาพดีก็เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อที่จะดำรงและคงสภาพของความเป็นหนุ่มออกไปให้ยาวนานที่สุด ซึ่งในอดีตอาจจะเป็นเรื่องเพ้อฝันแต่ปัจจุบันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้เพราะศาสตร์และศิลป์ของการชะลอความชราที่เรียกว่า ANTIAGING MEDICINE เริ่มแพร่หลายและได้รับการยอมรับกันทั่วโลกแล้ว

การเรียนรู้ที่จะรับประทานอาหารให้ครบถ้วนทุกหมวดหมู่เสริมแร่ธาตุสังกะสี (ปริมาณ 25 มิลลิกรัมต่อวันเป็นอย่างน้อย) และวิตามินจำพวกเบต้า แคโรทีน (ประมาณ 6 มิลลิกรัมต่อวัน) ก็จะช่วยให้การผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนอยู่ในระดับสูงสุด การเข้านอนเร็วเพื่อให้หลับสนิทในเวลาเที่ยงคืนก็จะทำให้มีการผลิตฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนเพิ่มขึ้น เนื่องจากการสร้างและการผลิตฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนจะเริ่มต้นผลิตตอนเที่ยงคืนถ้าผู้ชายเจ้าของร่างกายผู้นั้นนอนหลับสนิทในห้วงเวลาดังกล่าว การนอนดึกตื่นสายแม้จะสามารถช่วยการอ่อนเพลียและเมื่อยล้าจากการทำงานได้แต่จะไม่มีปริมาณฮอร์โมนเพศชายเทสโทสเตอโรนในระดับสูงที่จะช่วยเพิ่มพลังเพศพลังหนุ่มแต่อย่างใด

แน่นอนว่าสิ่งที่จะกระตุ้นการผลิตฮอร์โมนเพศต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนี้จำเป็นจะต้องอาศัยตัวกระตุ้นจากการกระทำที่สม่ำเสมอคือ การมีเซ็กซ์เป็นประจำ และการออกกำลังกายเป็นประจำนั่นเอง

และแล้วผลของความสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ ก็จะเริ่มบังเกิดผลต่อพลังรัก...พลังพิศวาสของชายหนุ่ม และหญิงสาว จนเกิดการถ่ายทอดความรักผ่านทางภาษากายที่เรียบง่ายของการร่วมรัก ด้วยการประสานสอดคล้องในการเคลื่อนไหวของร่างกายที่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ถ่ายทอดพลังหยางแห่งความเป็นหนุ่ม...และพลังหยินแห่งความเป็นสาว โดยอาศัยอวัยวะที่เปรียบเสมือนลูกกุญแจที่ไขเข้าไปในแม่กุญแจ เพื่อก่อให้เกิดการถ่ายทอดความรักความอบอุ่น และความปรารถนาดีในกันและกันจากการสัมผัสที่ลึกซึ้ง ในห้วงเวลาแห่งความโรแมนติก จนสามารถที่จะไปถึงฝั่งฝันร่วมกันที่เรียกว่า “จุดสุดยอด”

...และหลั่งสารแห่งความสุขที่เรียกว่า “เอนดอร์ฟิน” ออกมาจนหลับไปในอ้อมกอดของกันและกันสู่นิทรารมณ์อันแสนสุขเพื่อที่จะให้ร่างกายทำหน้าที่...ผลิตฮอร์โมนของความรักใคร่ออกมาใหม่ !!!






ที่มา http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

ชั้นในสำคัญมาก

"ชั้นในนั้น สำคัญไฉน" ตอบได้ทันทีว่า "สำคัญมาก" เพราะชั้นในนั้นถือเป็นปราการด่านสุดท้ายที่สามารถยั่วยวนจินตนาการของอีกฝ่ายให้เพริดแพร้วขึ้นมาได้ นัยว่าสิ่งที่ถูกห่อหุ้มอยู่ข้างในจะมีหน้าเป็นอย่างไรหนอเมื่อถอดห่อออกไป แต่หนุ่มๆ ส่วนใหญ่มักไม่สนใจประเด็นนี้นัก เพราะสักแต่ว่าใส่เพื่อถอด จนไม่เหลืออะไรไว้ให้จินตนาการ งานนี้คุณจึงต้องเปลี่ยนแปลงเสียใหม่ เพื่อเย้ายวนใจสาวๆ ด้วยกางเกงชั้นในหลากสไตล์ที่บ่งบอกเสน่ห์ในตัวคุณ

Bikini


ถ้าคุณเป็นหนุ่มที่ไม่ค่อยจะมั่นใจในรูปร่างของตัวเองนัก กางเกงในทรง Bikini ช่วยให้คุณดูดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยามอยู่ในสภาพกึ่งเปลือย เพราะ Bikini ถูกออกแบบมาให้ขอบเอวอยู่บริเวณสะโพกบน ขอบขาสูง (Hi-Cut) จึงช่วยให้คุณกลายเป็นหนุ่มที่ดูมีช่วงขายาวและน่าหลงใหล นอกเหนือจากทีส่วนใหญ่จะออกแบบให้กระชับบริเวณก้น และมัแผ่นหน้าที่สามารถรองรับบริเวณอวัยวะสำคัญให้สบายและพอเหมาะพอเจาะกับช่วงเวลาพิเศษของการขยายตัวพร้อมใช้งาน






Brief
Brief เป็นกางเกงในทรงสุภาพ ดีกรีความร้อนแรงและเย้ายวนทางเพศอาจจะน้อยกว่า Bikini อยู่หน่อย แต่ก็เหมาะอย่างยิ่งสำหรับหนุ่มๆ ที่ต้องการความกระชับและพอดีตัว Brief ถูกออกแบบมาให้มีขอบเอวสูง ดังนั้นถ้าคุณเป็นหนุ่มพุงย้อยจึงเหมาะกับกางเกงในทรงนี้ เพราะจะบดบังห่วงยางของหนุ่มๆ ได้ สาวๆ อาจจะสยองง่ายๆ ถ้าได้เห็นห่วงยางแบบเต็มๆ แต่ถ้าคุณมั่นใจว่าข้างในมีอะไรดีกว่า ก็ไม่จำเป็นต้องสูญเสียความมั่นใจ





Boxer


Boxer หรือกางเกงขาสั้น ไม่ได้มีไว้สำหรับเด็กแนวแต่เพียงกลุ่มเดียว แต่ยังเหมาะกับหนุ่มๆ ทุกคนที่ไม่ต้องการพันธนาการสำหรับอวัยวะสำคัญ น้องชายจะผ่อนคลายและเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ถ้าสวมใส่ Boxer การใส่ Boxer ไม่เหมาะสำหรับหนุ่มๆ ที่ชอบออกกำลังกายนัก เพราะกางเกงจะไม่กระชับและทำให้เกิดปัญหาตามมา แต่เหมาะกับหนุ่มๆ ที่ชอบสวมยีนส์เป็นชีวิตจิตใจ เพราะเวลาสวมใส่จะกระชับพอดีกับส่วนสำคัญ นอกจากนี้ Boxer ยังเหมาะกับหนุ่มรูปร่างอวบ เพราะ Boxer ช่วยดึงความสนใจจากห่วงยางได้ และที่สำคัญมันยังช่วยเรื่องจินตนาการใต้หว่างขาได้เป็นอย่างดี







Boxer Brief
Boxer Brief คือกางเกงในแบบเต็มตัวที่เหมือนกางเกงขาสั้นแบบรัดรูป หรือกางเกงว่ายน้ำแบบเต็มตัว ส่วนใหญ่จะผลิตจากผ้ายืด Cotton ที่เบาสบาย จึงให้ความกระชับกับสัดส่วนของร่างกาย รวมทั้งช่วยเน้นอวัยวะสำคัญให้เด่นตระหง่านน่าสนใจ ยิ่งเมื่อได้จินตนาการถึงการลูบไล้บนเรือนร่างที่เรียบลื่นจนถึงอวัยวะที่สำคัญที่ถูกปกปิดไว้ด้วยปราการที่แน่นกระชับด้วยแล้ว ยิ่งยั่วยวนคววามต้องการได้เป็นอย่างดี หนุ่มๆ ที่ชอบสวมใส่กางเกงชั้นในแบบนี้จะรู้ว่าสาวๆ ชอบทำการลูบไล้









Special Tips
- ถ้าต้องการให้ชั่วโมงรักของคุณยาวนาน กระตุ้นความต้องการของกันและกันได้เรื่อยๆ อย่าถอดหมดในขั้นตอนเดียว แต่ควรเหลือกางเกงชั้นในไว้ให้เธอจินตนาการและสนุกกับมัน
- ทดลองให้เธอสนุกกับอวัยวะสำคัญผ่านปราการหนึ่งชั้นของกางเกงชั้นใน ก่อนจะทักทายกันอีกครั้งแบบตัวต่อตัว ตาต่อตา แน่นอนว่าคุณเองก็ควรลองปฏิบัติกับเธอแบบนั้นเช่นกันเพื่อความเพลิดเพลิน
- กางเกงชั้นในสีขาวทำให้สาวๆ รู้สึกได้ถึงความสะอาด แต่นั่นหมายความว่าคุณเองก็ต้องใส่ใจกับความสะอาดระหว่างวันด้วย ยกเว้นถ้ากางเกงในสีขาวจะทำให้เธอเห็นคราบความสกปรกระหว่างวันเด่นชัดขึ้น คุณก็ควรเปลี่ยนตัวใหม่ก่อนลงสนามทันที
- กางเกงชั้นในสีขาวช่วยยั่วยวนความต้องการได้ (โดยเฉพาะเวลาเปียกน้ำ) กางเกงชั้นในสีดำช่วยอำพรางรูปร่างและทำให้คุณมีเสน่ห์น่าค้นหา กางเกงชั้นในสีเนื้อช่วยให้ดูเป็นหนุ่มเซ็กซี่เล็กๆ แต่กางเกงชั้นในสีแดง เขียว เหลือง ส้ม ม่วง (สีฉูดฉาด) ไม่เหมาะกับหนุ่มมีสไตล์และผู้ชายเซ็กซี่เลยสักคน
- จีสตริง (G-String) ไม่เหมาะกับชายแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ทั้งปวง


ที่มา : http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

การร่วมเพศกับหญิง พรหมจารีย์

การร่วมเพศกับหญิง พรหมจารีย์ จะทำให้ผู้ชายมีพละกำลัง
คนที่มีสุขภาพแข็งแรงและจิตใจสบายมักจะมีความตื่นตัวทางเพศดีและในทางกลับกันคนที่มีความตื่นเต้นทางเพศก็จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและแข็งขันขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการร่วมเพศกับหญิงพรหมจารีย์หรือหญิงที่เคยผ่านร่วมเพศมาแล้วไม่น่าจะเกิดผลในทางพละกำลังแก่ผู้ชายที่แตกต่างกัน แม้ว่าการร่วมเพศกับหญิงพรหมจารีย์ บางครั้งอาจทำให้รู้สึกตื่นเต้นมากกว่าการร่วมเพศกับหญิงที่เคยมีคู่ร่วมเพศแล้ว หรือหญิงที่อยู่ด้วยกันมานานก็ตาม
ขนาดของอวัยวะเพศชายดูได้จากขนาดของมือและเท้าของคน ๆ นั้น จริงหรือไม่
คนส่วนใหญ่คิดว่าขนาดของอวัยวะเพศชายมีความสัมพันธ์กับขนาดของร่างกายและบางคนเชื่อว่าขนาดของอวัยวะเพศชายดูได้จากขนาดมือและเท้าของ คน ๆ นั้น แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นขนาดของร่างกายของอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งไม่มีความสัมพันธ์กันระหว่างขนาดของอวัยวะเพศชายขณะอ่อนตัวหรือแข็งตัว


ที่มา http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

ทะลายความจำเจ

หรือกำแพงแห่งความจืดฉืดเย็นชา ทำลายได้ง่ายๆ ด้วยการ สัมผัส กันให้มากขึ้น สามี-ภรรยามักรู้เรียบร้อยแล้วถึง วิธีสัมผัส กันและกัน
แต่เคยมองให้กว้างๆ ออกไปจากเดิมหรือไม่ ว่าอาจมีวิธีสัมผัสที่น่า "แตะต้อง" กันและกันอีกมากมายจากการ นวดคลึง ลูบไล้ และเสียดสี

เคล็ดลับของวิธีสร้างความประหลาดใจ หรือวิธีทำลายกำแพงน้ำแข็ง คือ เปลี่ยนวิธีสัมผัส ตามจุดต่างๆ ที่เคยสัมผัส

จุดต่างๆ บนร่างกาย ตรงไหนก็ตามที่คุณเคยสัมผัสด้วยการ ลูบไล้ ไปแล้ว ลองเปลี่ยนเป็น บีบ-เคล้น หรือจาก บีบ-คลึง ก็ลองเปลี่ยนเป็น ดัน-กระแทก เรียกว่าทดสอบการตอบสนองของคู่รักโดยการสัมผัสด้วยมือหลายๆ แบบ เปลี่ยนน้ำหนักสัมผัส หรือเปลี่ยนวิธีสัมผัสนั่นเอง
ขั้นต่อไป ไม่ใช่สัมผัสด้วยมือเพียงอย่างเดียว แทนที่จะใช้มือ ลองเปลี่ยนมาสัมผัสด้วย ลิ้น ฟัน ริมฝีปาก ลมหายใจ ตามจุดต่างๆ บนร่างกายที่เคยใช้มือสัมผัสไปแล้วดูบ้าง เช่น จากที่เคยใช้มือลูบไล้ต้นขาคู่รัก ลองเปลี่ยนเป็นไล้ด้วยริมฝีปาก

ขั้นต่อไป ตั้งมั่นในการค้นหาจุดสัมผัสใหม่ๆ เช่น ขณะจูบกัน ถ้าเคยลูบไล้บริเวณซอกคอคู่รักเป็นประจำ ลองเปลี่ยนไปสัมผัสหัวไหล่เขาดูบ้าง

นอกจากนี้ การเปลี่ยน วิธีการ กับ บริเวณสัมผัส ยังช่วยให้เกิดความรู้สึกใหม่ๆ เช่น
แทนที่จะจูบ ลองใช้นิ้วมือไล้ไปตามริมฝีปากกันและกัน อาจให้เกิดความรู้สึกมากกว่าการจูบก็เป็นได้
บริเวณร่างกายที่มักถูกมองข้าม : ท้องน้อยใต้สะดือและกระดูกสันหลัง
ใช้วิธีสัมผัสด้วยการใช้มือลูบไล้หรือคลึงเบาๆ โดยเฉพาะบริเวณฐานกระดูกสันหลังช่วงเอว ซึ่งเรียกว่า Sacrum แหล่งรวมปลายประสาทรับสัมผัสหนาแน่นจุดหนึ่งของร่างกาย เร้าให้เกิดอารมณ์และความตื่นตัวทางเพศได้
ใช้นิ้วมือหรือฝ่ามือ ประทับเหนือรองก้น (ตรงบริเวณที่เป็นรอยบุ๋ม) คนไทยมักเรียก "กระเบนเหน็บ" อย่ากดด้วยน้ำหนักตัวทั้งตัวถ้าคุณไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญการนวด เพียงคลึงเบาๆ หรือกดเบาๆ คนถูกกดจะรู้สึกราวกับว่า มือของคุณกดลงไปยังบริเวณอวัยวะเพศของเขา หมอนวดมืออาชีพสามารถกดจุดนี้ได้อย่างเห็นผล แต่สำหรับคู่รัก แค่สัมผัสด้วย การจูบ-เลีย-ดูด ก็เพียงพอ
บริเวณของร่างกายส่วนนี้ เป็นจุดที่สร้างความรู้สึกกันได้ทั้งชายและหญิง
ลองผลัดสร้างความประหลาดใจให้คู่รักด้วยการสัมผัสบริเวณนี้


ที่มา : http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

อวัยวะเพศ โค้งงอ ร่วมเพศ ไม่ได้

เรื่องจะถูกรังเกียจหรือไม่ผมไม่มั่นใจครับเรื่องนี้ต้องให้ฝ่ายหญิงตอบ แต่ตราบใดที่ยังสามารถ ปฏิบัติงานได้ไม่เป็นอุปสรรค อาจจะเป็นเรื่องปกติก็ไดแนะครับ ผมตอบคำถามนี้หลายรอบมากแล้วครับ
โรคของคุณผมว่าจะเขียนออกมาเป็นบทความหลายรอบแล้วแต่ยังไม่มีเวลาครับ ปกติอวัยวะเพศชาย อาจจะโค้งได้เล็กๆน้อยๆเป็นเรื่องปกติ ครับแต่ไม่ควรมีอุปสรรคต่อการมีเพศสัมพันธ์ ในกรณีที่เป็นอุปสรรคมากมีอยู่โรค ครับ ชื่อโรคคือ Peyronie's Disease เป็นโรคที่เชื่อว่า มีเยื่อพังผืดเกิดขึ้นภายในลำอวัยวะเพศอาจจะเกิดจากอุบัติเหตุเล็กๆน้อยๆหรือ จากการติดเขื้อ ทำให้เวลา อวัยวะเพศแข็งตัวยืดออกได้ไม่เต็มที่จะโค้งงอไปด้านที่มีเยื่อพังผืดอยู่ เป็นเรื่องที่แปลกสำหรับคนไม่เคยเห็นและไม่เคยทราบมาก่อน การรักษาค่อนข้างยากครับ ในเบื้องต้นอาจจะลองให้รับประทานวิตามิน E ดูก่อน แล้วจึงจะผ่าตัดครับ สำหรับผู้ที่ไม่เคยเห็นไม่เคยทราบมาก่อนว่าโรคนี้เป็นอย่างไร ดูภาพด้านล่างประกอบนะครับ ผมจะไม่เซนเซอร์ภาพเลยเพื่อประกอบความเข้าใจที่สมบูรณ์


ที่มา :http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

ฝันเปียก

ฝันเปียกเป็นสิ่งผิดปกติ
ฝันเปียกคือการหลั่งน้ำกามขณะหลQบ ส่วนใหญ่เกิดจากการฝันเกี่ยวกับเรื่องเพศ แต่ก็ไม่ จำเป็นเสมอไป ฝันเปียกมักเกิดจากการงดการร่วมเพศเป็นเวลานาน แต่อย่างไรก็ตามอาจเกิดในคนที่มี กิจกรรมทางเพศสม่ำเสมอก็ได้ อาจเกิดบ่อย ๆ คืนแล้วคื1เล่า และไม่ใช่สิ่งผิดปกติ ผู้ชายแทบทุกคนมีประสบการณ์เกี่ยวกับการฝันเรื่องเพศ และประมาณร้อยละ 85 ของคนเหล่านี้จะมีอารมณ์ถึงขั้นหEั่งน้ำกาม โดยมากจะเกิดในวัยรุ่น แต่ราวครึ่งหนึ่งของ คนที่แต่งงานแล้วก็เกิดได้และมักเกิดกับคนที่มีการศึกษาดีซึ่งไวต่อการกระตุ้นทRงความคิด
ผู้ชายแต่ละคนมีจำนวนน้ำกามจำกัด
น้ำกามประกอบด้วยตัวอสุจิ ซึ่งผลิตจากลูกอัณฑะ และน้ำหล่อเลี้ยงอสุจิ ซึ่งผลิตจากท่อและต่อมต่าง ๆ ที่อยู่ในทางผ่านของตัวอสุจิ มาสู่ภายนอก เมื่ออายุมากอวัยวะดังกล่าวจะเสื่อมลง ทำให้น้ำกามจางลง และมีจำนวนนแอยลง ยิ่งกว่านั้นเมื่ออายุมากขึ้นฮอร์โมนเพศก็ลดน้อยลงด้วย ทำให้ความต้องการทางเพศและการตอบสนองทางเพศลดลง รวมทั้งความสามารถในการหลั่งน้ำกามจะน้อยลงด้วย หรืออาจจะเป็นเพราะ อวัยวะเพศของชายสูงอายุลาจแข็งตัว แต่ไม่สามารถหลั่งน้ำกามดังนั้น ด้วยปัจจัยหลายประการดั'ที่กล่าว จึงทำให้คนทั่วไปคิดว่า ผู้ชายแต่ละคนมีจำนวนน้ำกามจำกัด ถ้าหลั่งน้ำกามบ่อยก็จะหมดความสามารถในการหลั่งน้ำกามเร็ว ซึ่งไม่เป็นความจริง ตรงกันข้ามกลับ พบว่าทั้งชายและหญิงที่มีกิจกรรมทางเพศบ่อย จะสามารถรักษาความสามารถทางเพศ ไว้ได้นานกว่าคนที่ไม่$่อยมีกิจกรรมทางเพศ

ที่มา : http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

ท้องไม่พร้อม แจ๊กพอต...ที่คุมได้

ความสนุกชั่ววูบนำพาปัญหาใหญ่หลวง




คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล


พญ.นันทา อ่วมกุล


นมแม่สร้างสัมพันธ์แม่สู่ลูก


สร้างสายใยรักในครอบครัวป้องกันปัญหา




นี่ไม่ใช่ครั้งแรกในการกล่าวถึงปัญหา “ท้องไม่พร้อม” ของวัยรุ่นไทย ซึ่งนับวันความร่วมมือของทุกภาคส่วนเริ่มเข้ามาเพื่อช่วยยุติหรือทุเลาปัญหาไม่ให้เป็นไปมากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรณรงค์ให้รู้จักป้องกันตัวเองไม่ให้ท้องด้วยความไม่ตั้งใจ รวมทั้งความรู้ที่ถูกและคำถามในเรื่องของเพศสัมพันธ์ที่หลายคนยังไม่เข้าใจ เช่น กินยาคุมแล้วจะไม่ท้องจริงเหรอ? นับหน้า 7 หลัง 7 ปลอดภัยหรือไม่? หากกินยาคุมย้อนศรแล้วจะมีผลอย่างไร? กินยาคุมไม่ซ้ำยี่ห้อจะมีผลอย่างไรบ้าง?
อย่างไรก็ตาม ความจริงที่น่าเป็นห่วง ก็คือ ปัญหาในเรื่องของการท้องไม่พร้อมไม่ได้ทุเลาลงเลย และทางออกสุดท้ายก็จะจบลงที่การทำแท้ง

** เร่งสร้างความเข้าใจ ก่อนเจอ “แจ๊กพอต”
ศ.นพ.สุรศักดิ์ ฐานีพานิชสกุล คณบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข จุฬาฯ อธิบายว่า วัยรุ่นนั้นจะมองการท้องว่าเป็น “แจ๊กพอต” เพราะคิดแค่ว่าสนุกหนเดียว ไม่ติดโรค ไม่ท้อง ซึ่งบางครั้งเด็กทำไปเพราะความสนุก อยากลอง โดยไม่รู้ธรรมชาติของร่างกายตนเองว่าช่วงไหนพร้อม หรือไม่พร้อมที่จะตั้งครรภ์ บางคนจึงชะล่าใจ คิดว่าตัวเองเจ๋งที่ทำอย่างไรก็ไม่ท้อง แต่หากพลาดเพียงครั้งเดียวแจ๊กพอตครั้งสำคัญนี้ ก็จะไปตกอยู่ที่ฝ่ายหญิงเพียงคนเดียว ที่ต้องรับกับความเปลี่ยนแปลงอีกมากมายที่จะตามมา

... แล้วจะป้องกันไม่ให้เจอแจ๊กพอตอย่างไร?
ศ.นพ.สุรศักดิ์ ให้คำตอบว่า การทำแท้งเป็นความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของคนที่ท้องไม่พร้อม เพราะเพียงแค่ต้องการยุติการตั้งครรภ์โดยเร็วที่สุด อันเนื่องมาจากความคิดที่ฉาบฉวย และไม่ไตร่ตรองเป็นเหตุให้ปัญหาตามมาอีกนับไม่ถ้วน ซึ่งหากมองดูแล้วสถานที่รับทำแท้งในเมืองไทยยังไม่เป็นที่เปิดเผย เป็นสถานที่ผิดกฎหมาย และภาครัฐก็ไม่สามารถควบคุมได้

ทว่า สถานที่เหล่านี้เปรียบได้กับที่พึ่งของวัยรุ่นเมื่อเจอปัญหา แต่พวกเขาคงลืมนึกไปถึงอันตรายที่อาจตามมาจากการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย เช่น การติดเชื้อ ตกเลือด ซึ่งเป็นผลให้เกิดภาวะร่างกายซีด และอาจติดเชื้อเรื้อรัง โดยการปวดท้องเรื้อรัง เป็นถุงหนองที่รังไข่ ท่อรังไข่อุดตันทำให้ต้องผ่าตัดมดลูก รังไข่ แต่ที่อันตราย คือ การตกเลือดและติดเชื้อชนิดรุนแรงซึ่งอาจทำให้เสียชีวิตได้ หรืออาจจะส่งผลให้มีลูกยากในอนาคตต่อไป

“จริงๆ แล้วการทำแท้งเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายทาง ดังนั้น เมื่อไม่สามารถแก้ปัญหาการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรได้ จึงต้องหันกลับมาให้ความรู้ ความเข้าใจ ในการป้องกันการตั้งครรภ์และการติดโรคจากเพศสัมพันธ์ ทำอย่างไรในการวางตัวเพื่อไม่ให้ไปจบลงที่การมีเพศสัมพันธ์ แต่เมื่อมีแล้วทำอย่างไรถึงจะปลอดภัย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องให้คือความรู้ โดยเฉพาะกับผู้หญิงต้องรู้วิธีการป้องกันเช่น การนับช่วงปลอดภัยหน้า 7 หลัง 7, การกินยาคุม, การใช้ถุงยางอนามัย, ใช้ยาฉีด หรือยาฝังคุมกำเนิด ซึ่งพวกเขาต้องมีองค์ความรู้ในเรื่องเหล่านี้อยู่เช่นกัน และความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเพศศึกษานี้เปรียบได้กับวัคซีนทางสังคม เพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เกิดความเสี่ยง เกิดปัญหา เมื่อผ่านขั้นตอนเหล่านี้ไปแล้วการท้องไม่พร้อม และการทำแท้งก็จะไม่เกิดขึ้น” ศ.นพ.สุรศักดิ์ ขยายความ

ถึงตรงนี้ ศ.นพ.สุรศักดิ์ ให้ข้อคิดไว้ว่า อยากให้วัยรุ่นไทยมีสติ คือการระลึกได้ บวกกับความรู้ ถึงผลที่จะตามมาหลังจากการกระทำ เมื่อมีความเข้าใจตรงส่วนนี้จะทำให้สามารถยับยั้งชั่งใจ และควบคุมตัวเองได้

** สร้างสายใยรักป้องกันปัญหา
เมื่อพูดถึงแนวทางป้องกัน และการแก้ไขปัญหานั้น พญ.นันทา อ่วมกุล ผอ.สำนักที่ปรึกษากรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ให้แนวทางว่า ผู้ปกครองที่น่าจะเป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ต่างก็ต้องอยู่ในภาวะจำยอม ด้วยสภาพปัจจุบัน โดยไม่รู้จะหาทางออกอย่างไร ดังนั้น สิ่งหนึ่งที่พอจะทำได้ คือ การพัฒนาโรงเรียนพ่อแม่ขึ้นมา เพราะบางครั้งการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และวิถีชีวิตของลูกเมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นนั้นเป็นสิ่งที่ยาก จึงต้องเริ่มให้พ่อแม่คลุกคลีกับลูก ตั้งแต่เล็กเพื่อสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้น และควรเริ่มสร้างโดยการใช้วิธีเนื้อแนบเนื้อ โดยการพยายามเลี้ยงลูกจากนมแม่ เพราะจะเป็นการกระตุ้นฮอร์โมนออกซีโทซิน เพื่อสร้างให้แม่ลูกเกิดความผูกพันกันซึ่งจะเป็นผลดีต่อไปในอนาคต

เดิมทีการเลี้ยงลูกในอดีตนั้นจะอยู่ภายในครอบครัวใหญ่ที่มีปู่ย่า-ตายาย คอยดูแล ถ่ายทอดการเลี้ยงดูให้ ซึ่งปัจจุบันหาได้ยากมาก โดยจะมีแต่ครอบครัวเดียวเพียงแค่พ่อ แม่ ลูก เลี้ยงดูกันตามลำพังเท่านั้น จึงไม่เคยได้รับแบบอย่างที่ดีจากบรรพบุรุษ ทำให้ต้องกลับมาคิดเรื่องนี้ให้มากขึ้นกับครอบครัวยุคใหม่ และพ่อแม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของลูกได้ ต่อไปในเมื่อลูกมีปัญหาพ่อแม่ก็จะเป็นคนแรกที่เขาคิดถึง

“เราเองก็พบว่าเด็กที่ใสซื่อ บริสุทธิ์ นั้นจะมีความเสี่ยงมากกว่าเด็กที่มีนิสัยก้าวร้าว ก๋ากั่น เพราะจะชอบคิดในทางที่ดีเสมอ ซึ่งเด็กเหล่านี้หากไม่เคยได้รับภูมิคุ้มกัน ความเข้าใจจากพ่อแม่เลย เมื่อเขามีแฟนแล้วต้องเสียตัว ก็จะเทิดทูนในความรักโดยไม่ระวังป้องกันตัวเอง จนเป็นเหตุให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นได้ เด็กเหล่านี้จะมีความเสี่ยงมาก” พญ.นันทา ให้ภาพ

แต่ก็ใช่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น ต้องแก้ที่ผู้ปกครองอย่างเดียว โดย พญ.นันทา ทิ้งท้ายว่า ถึงแม้พ่อแม่จะให้ความใกล้ชิดกับลูกเพียงใด แต่เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นเด็กทุกคนก็จะเห็นเพื่อนเป็นบุคคลที่สำคัญที่สุด ดังนั้น การให้ความรู้ ความเข้าใจ โดยการสร้างแกนนำเยาวชน จึงเป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพราะเด็กวัยเดียวกันก็จะไว้ใจซึ่งกันและกัน ทำให้ต้องพยายามใส่ความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องเพศ และปัญหาวัยรุ่นในด้านต่างๆ ให้แก่พวกเขาเพื่อที่จะได้ไปขยายความต่อ โดยการเป็นที่ให้คำปรึกษาในทางที่ถูกต้องกับเพื่อนๆ ที่มีปัญหาต่อไป

ถึงที่สุดปัญหาเรื่องนี้ก็ยังเป็นเหมือนเหรียญ 2 ด้านเสมอ เมื่อพวกเขาได้รับความรู้ ถึงการป้องกันที่ถูกต้อง จนนำไปสู่การปฏิบัติจริง เสียงทักท้วงถึงความไม่เหมาะสมก็มักมีตามมา... ดังนั้น ข้อสงสัยที่ออกจากปากของวัยรุ่นในย่อหน้าแรกจะเป็นสิ่งที่น่าปลื้มใจ หรือสลดใจดี สังคมคงต้องช่วยกันหาคำตอบ...



ที่มา : http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

sex สิ่งที่หนุ่มๆ กลัวเรื่องเซ็กซ์..xxx!

ผู้ชายกลัวโป๊

ผมเองนั้นไม่เคยบอกว่าตัวเอง อ้วนไปหรือว่าผอมเป็นผีเสียบไม้ให้แฟนสาวของผมฟังมาก่อนเลย แต่ผมก็มั่นใจในสิ่งที่ผมเป็นอยู่ จนวันนั้น ผมกับแฟนได้ไปดูหนังเรื่อง Fantastic 4 ภาคสองมา เราตื่นเต้นกันมากกับเรื่องนี้ แต่พอฉากที่ ไอ้หนุ่มโลกันต์ที่พากษ์ไทยโดยโดม-ปกรณ์ ลัม ถอดเสื้อโชว์มัดกล้ามอันสวยงามราวกับปูนปั้นหุ่นเดวิด กับความมาดแมนฟิตเปรี๊ยะ จนทำให้แฟนผมมองดูไอ้หนุ่มไฟแรงสูงนั้น ก็อดพูดชื่นชมไม่ได้ว่า "เค้าหุ่นดีจังนะ " แล้วแกล้งปรายตามามองผม (-_-") โอ้แม่เจ้า!!! กรูผิดมั๊ยเนี่ยที่เกิดมาเป็นแบบเนี๊ย แล้วไอ้คนแบบเรานี่ จะไปแข่งกับเขาไหวเหรอ เชื่อบ้างเถอะครับผู้ชายทุกคนอยากที่จะดูดีในสายตาของแฟนกันทั้งนั้น กลัวว่าเธอผิดหวัง ถ้าเธอเห็นต้นขาลีบๆ ของผม และหน้าอกที่แบนไม่มีเนื้อหนังอะไรเลยเนี้ย ... แต่อยากจะบอกสาวๆ ไว้อย่างนึงว่ากว่าที่เราจะออกจากบ้านมาได้ คุณผู้หญิงทั้งหลาย ผมนั้นจะต้องแต่งตัวอยู่หน้ากระจกนาน ขนาดไหน ก่อนที่จะออกไปเดท กับคนที่เค้ารักนะ...







อยากให้ผู้หญิงพูดก่อนเรื่อง "เซฟเซ็กซ์ " (แต่คงเป็นไปไม่ได้)

ขณะที่ผมกำลังเข้าด้ายเข้าเข็ม แล้วเธอเองก็ระทวยทดอยู่นั้น...มันเป็นอะไรที่แน่นอนที่มันต้องจบลงด้วยสัมพันธ์สวาทกับผมและเธอ แต่ถ้าว่า ขณะที่ผมต้องการเผด็จศึกเธอ ผมก็เอ่ยวาจาถามเธอไปว่า "คุณมี Comdom มั๊ย " เท่านั้นเอง เป็นอันจบข่าว เธอชักสีหน้า ทำท่าทางรังเกียจผม ซึ่งทำให้ผมเองถึงกับอึ้งประหนึ่งผมเพิ่งถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิต และเธอก็หมดอารมณ์ รีบเดินไปใส่เสื้อผ้า ปิดประตู โครม!!! อ่อ ! ลืมบอกไปว่าเธอถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจากไปพร้อมกับต่อว่าผม "คุณคิดว่าชั้นเป็นผู้หญิงง่ายๆ ที่แค่พร้อมจะมีเซ็กซ์เหรอ" แต่พอผมกำลังจะ อธิบายว่าผมไม่ได้ตั้งใจ เพราะตัวผมเองนั้นเคยอยู่ในสถานการณ์ที่ว่า ตอนนั้นผมกำลังจะมี sex แบบนี้เช่นกันฝ่ายหญิงที่ผมกำลังจะมีอะไรด้วยก็ถามผมว่า คุณเตรียม Comdomมาไหม ซึ่งตอนนั้นผมไม่มีมันอยู่ในมือผมจึงทำให้เธอต่อว่าผมเป็นผู้ชายสั่วๆ ที่ไม่รู้จักเรื่องป้องกัน อย่างงี้ผู้ชายก็เสียทั้งขึ้นทั้งล่องนะครับ คุณผู้หญิงทั้งหลายครับช่วยสงเคราะห์หน่อยเด่ะ!! วันหลังก็ช่วยเตรียมมาให้ผมด้วยและกัน เพราะเรื่องแบบนี้ไม่ใช่เป็นเรื่องที่น่าอายที่จะมีติดตัวไว้ เพื่อความสะอาดปลอดภัย และอีกอย่างช่วยรอให้ผมอธิบายเรื่องราวก่อนได้ไหม ที่ร๊ากกกก...ก่อนที่คุณจะไม่มีเหตุผลใส่ แล้วเดินไปอย่างไม่มีเยื่อใย นะจ๊ะ







sexเสื่อมง่ะ - ดูวิดีโอทั้งหมด กดที่นี่



ถ้าเซ็กซ์คือความคาดหวังที่เกินเลยของสาวๆ ซึ่งผมกลัว

ทุกครั้งที่ผมมี Sex ผมเริ่มที่จะกลัว การผูกมัด และความคาดหวังที่ฝ่ายหญิงนั้น ระดมความคิดเกินเลยกับเราไปมากซะจนทำให้ผมนั้นรู้สึกแย่ เพราะเมื่อ Sex ครั้งแรกจบไปปุ๊บ เธอนั้นก็จะเข้ามาบงการชีวิตผู้ชายอย่างเรามากเกิน ไป (จะโทษไม่ได้นะครับ เรื่อง Sex สำหรับผมมันก็แค่เกมส์ ที่ต้องมีผู้เล่น 2 ฝ่ายคือหญิงและชาย) ผู้หญิง นั้นพอเรามี Sex กับเธอครั้งแรก เธอก็ จะเปลี่ยนทัศนคติกับเราไปโดยสิ้นเชิง ซึ่ง ผมเองนั้นไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเธอเปลี่ยนไปขนาดนั้น เริ่มเข้ามาวุ่นวายเรื่องส่วนตัวเรา ไม่ว่าจะเป็นการขอนัดเจอครอบครับเรา ทำตัวเป็นเจ้าเข้า เจ้าของมากไป รู้ไหมว่า ผมนั้นไม่ชอบเลย มันทำให้ผมอึดอัดและอยากที่จะหนี ไปเลย ถ้าเธอทำตัวปกติ ไม่มาผูกมัดเรามากเกิดไปก็จะเป็นเรื่องที่ดีกว่า มันอาจจะทำให้ผมเห็นว่าเธอนั้นก็มีความเป็นผู้ใหญ่ มีความคิดความอ่านมากขึ้น และน่าที่จะเอามาเป็นแม่ของลูกผมได้จริงไหมครับ

ขอเตือน : ว่าผู้ชายอย่างเราไม่ได้คาดหวังอะไรกับการมีเซ็กส์มากนัก มันจะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ถ้าผมไม่ได้คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนนั้น อะ(รู้แล้วสาวๆ ต้องระวังอย่าเผลอหลงเชื่อผู้ชายอีกล่ะ)


กลัวไม่มีน้ำยา

ผู้ชายเราหลายคนที่แอบดูหนังโป๊แล้วอินจัด!!! ว่าถ้าขึ้นเตียงกับสาวใดเป็นต้องทำรักให้เธอแบบสุดเหวี่ยง แต่ความจริงเราไม่ด้โชกโชนผ่านสังเวียนมามากมายเหมือนพระเอกหนังโป๊.."โอ้! พระเจ้า จอร์ท ..ถ้าเธอผ่านศึกคนที่สุดยอดมาแล้ว หรือแฟนเก่าเธอคนล่าสุด ใหญ่กว่าของเราล่ะ? ถ้าของเราไม่โด๊เด่ ขึ้นมาล่ะ? ถ้าเธอไม่เสร็จล่ะ? แล้วถ้าเราออกมากะปิ๊ดเดียวล่ะ? คงเสียมากกว่าเสียวแน่งานนี้..ความกดดันแบบนี้แหละเล่นเอาหนุ่มประสาทเสียมานัดต่อนัดแล้ว ที่จริงแล้วคุณผู้หญิงทั้งหลายไม่ควรที่จะไปต่อว่าเค้าอย่างนั้น เพราะว่าจะทำให้คุณผู้ชายเสียความรู้สึกอย่างเเรง นะจ๊ะ แทนที่เค้าจะมอบความสุขให้คุณอย่างสุดโต่งแล้ว คุณควรที่จะเอื้อนเอ่ยปรนเปรอเค้าด้วยวาจาอันหวานหู ว่า " ฮันนี่ขา ขอบคุณนะค่ะสำหรับคืนนี้ มันช่างวิเศษสุดในชีวิตของฉันเลยทีเดียวค่ะ" ทำให้เค้า ปลื้ม ว่าตัวเค้าเองนั้นไม่ได้ ตำไปกว่ามาตรฐานเลย


*** บทความที่นำมาลงนี้ อยากให้มองสองด้าน คนเรามีทั้งดีและไม่ดี ผู้หญิงควรจะรู้ทันความคิดของผู้ชายบางประเภท ส่วนผู้ชายที่ดีก็ต้องรู้จักให้เกียรติผู้หญิงและเป็นสุภาพบุรุษ



thanks ;http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

กฏ 3 ข้อ ของการเล่นบทรัก

เพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่ดี







ปัญหาในเรื่องบนเตียง จะหมดลงไปได้ เมื่อคุณได้ลองทำตามกฏง่ายๆ ธรรมดาๆ 3 ข้อนี้ - ในขณะที่กำลังมีเซ็กส์ Dr. Jude Cotter ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตวิทยา และ นักบำบัดเรื่องเซ็กส์ ชาวอเมริกัน ได้กล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติอย่างถูกต้อง ยามมีเพศสัมพันธ์ เอาไว้ว่า


1.ผู้หญิงก่อน

หมายความว่า ผู้หญิงควรจะได้รับโอกาสที่จะไปถึงจุดสุดยอด ก่อนที่ผู้ชายของเธอจะไปถึง เธอควรจะได้ไปถึงจุดนั้น ไม่ว่าผู้ชายจะใช้วิธีใดๆ ก็ตาม ทั้ง รูปแบบวิธี การเล้าโลม, การใช้นิ้วสัมผัสปุ่มคิตอริส การทำออรัลเซ็กส์ หรือแม้แต่การใช้อุปกรณ์ช่วย ประเภท Vibrator

ย้ำอีกครั้ง จะทำอย่างไรก็ได้ ที่จะช่วยให้เธอไปถึงจุดไคลแมกซ์ได้ก่อนเป็นอันดับแรก การกระทำแบบนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ การเอาใจผู้หญิง แต่ยังเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องทางด้านจิตวิทยา ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ตามมาก็คือ นอกจากจะได้มีเซ็กส์ที่ดี สายสัมพันธ์ความรัก ก็จะดีขึ้นตามมาด้วย

ถ้าหากผู้ชายเสร็จก่อนผู้หญิง เป็นธรรมดา ที่ผู้ชายมักจะรู้สึกว่า โอวว เสร็จแล้ว (พลางคิดในใจว่า เซ็กส์รอบนี้ จบแล้ว) ซึ่งนี่เป็นเพราะว่า เมื่อผู้ชายไปถึงจุดสุดยอด ร่างกายของเขาจะต้องการช่วงเวลาสักระยะหนึ่ง เพื่อการฟื้นฟูกำลัง ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการครั้งต่อไปได้ และยิ่งผู้ชายมีอายุมาก ช่วงเวลาดังกล่าวนี้ ก็จะยิ่งยาวนานมากขึ้นไปอีก อย่างเช่น วัยรุ่น อาจจะใช้เวลาราว 5 นาที แต่ชายวัยเกือบ 50 อาจจะใช้เวลาสักครึ่งชั่วโมง สำหรับผู้หญิง เป็นเรื่องตรงกันข้าม เธอไม่ต้องการเวลาสำหรับฟื้นฟูกำลัง และ เธอสามารถไปถึงจุดสุดยอด ซ้ำแล้วซ้ำอีกได้อย่างต่อเนื่อง

ข้อดีอีกเรื่องหนึ่ง สำหรับผู้ชายที่มีความกังวลภายใจจิตใจ เกรงว่าจะรับมือกับเรื่องเซ็กส์ได้ไม่ดี จนมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องการแข็งตัวของเจ้าหนู สิ่งหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ชายได้ก็คือ เมื่อเขาได้พาเธอถึงจุดไคลแมกซ์ก่อน พลังกามารมณ์ของเขาก็จะเพิ่มขึ้นมา พร้อมๆ กับความกลัวที่ลดลงไปกว่า 90 %


2. เธอเป็นคนตัดสินใจว่า พร้อมแล้วหรือยัง ที่จะสอดใส่

ผู้หญิงควรเป็นฝ่ายที่จะตัดสินใจว่า เมื่อใดที่การจู่โจมจะต้องเริ่มขึ้น ทั้งท่วงท่าที่เธออยู่ข้างบน หรือท่วงท่าปกติ (เขาอยู่ข้างบน - เธออยู่ข้างล่าง)

เวลาที่ถามผู้ชายว่า “คุณรู้ได้อย่างไร ว่าผู้หญิงที่นอนอยู่กับคุณบนเตียง พร้อมแล้ว ที่จะมีเซ็กส์” ผู้ชายก็จะตอบว่า “เธอเริ่มมีน้ำหล่อลื่นแล้ว” หรือ “ปทุมถันของเธอเริ่มตั้งชั้น” ซึ่งจริงๆ แล้ว ผู้หญิงสามารถมีน้ำหล่อลื่นได้ ก่อนที่เธอจะถอดเลื้อผ้าเสียอีก และในบางครั้ง การที่ปทุมถันของเธอตั้งชัน เป็นเพราะเกิดจากอาการชา ฉะนั้นแล้ว การมีเซ็กส์แบบมืออาชีพ ฝ่ายหญิงเท่านั้น ที่จะรู้ว่า เมื่อไร คือเวลาที่เหมาะสม สำหรับ การสอดใส่


3. ผู้หญิงควรเป็นฝ่ายกำหนดจังหวะ

ผู้หญิงควรเป็นฝ่ายควบคุมจังหวะความเร็วของอวัยวะเพศชาย เพื่อช่วยให้ตัวเองไปถึงจุดไคลแมกซ์ การที่ผู้ชายยอมให้ผู้หญิงควบคุมจังหวะ (ไม่ถึงขนาดตลอดเวลา แต่บอกตามช่วงเวลาที่ต้องการ) ทั้งนี้ ก็เพื่อให้ฝ่ายชายรู้สึกดีๆ กระชุ่มกระชวย และรับรู้ว่า ฝ่ายหญิงมีการตอบสนองอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความพอใจในเรื่องเซ็กส์ ระหว่างกัน

ปัญหาเรื่อง “เซ็กส์ไม่ช่วยอะไร” จะหมดไป เมื่อคู่รักนำ 3 วิธีง่ายๆ ที่มีประโยชน์นี้ ไปใช้ รวมทั้งสัมพันธ์ทางใจ ก็จะดีขึ้นอีกมากด้วยเช่นกัน


ขอบคุณที่มาบทความจาก www.NadDate.com

ป้ายกำกับ: , ,

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเซ็กซ์

คนเราส่วนใหญ่มักจะมีความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับเรื่องเซ็กซ์อยู่ไม่น้อย และจากความเชื่อผิดๆ เหล่านี้เอง ที่ส่งผลให้เซ็กซ์ในชีวิตคู่เกิดปัญหาตามมาอย่างคาดไม่ถึงจนกลายเป็นปัญหาสังคม SEX TIPS ฉบับนี้ จึงรวบรวมความเชื่อที่ผิดๆ เหล่านั้นมาให้อ่านกันว่ามีอะไรบ้าง










1. หน้า 7 หลัง 7 ไม่ท้องชัวร์

ความเชื่อนี้เกือบจะจริงแต่ต้องเข้าใจให้ถูกด้วยว่า คำว่าหน้าเจ็ดนั้น หมายถึง ก่อนที่จะมีประจำเดือน 7 วัน โดยการคาดการณ์ในช่วงวันที่ไข่ตกพอดี ส่วนคำว่าหลังเจ็ดนั้น หมายถึง เริ่มต้นจากการที่มีประจำเดือนในวันแรก ไม่ใช่หลังจากประจำเดือนหมด แต่ความเชื่อนี้ก็ยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์นะครับ เพราะยังมีผู้หญิงบางคนตกไข่พร้อมกัน 2 ใบ ดังนั้น หากจะให้ชัวร์ ใครที่ยังไม่พร้อมมีบุตรก็ป้องกันด้วยการใส่ถุงยางอนามัยจะดีกว่า










2. หลั่งข้างนอก สบายใจได้

ความเชื่อข้อนี้เป็นความเชื่อที่อันตรายสุดๆ หนุ่มๆ ส่วนใหญ่ต้องการมีเซ็กซ์แบบสัมผัสธรรมชาติ จึงไม่คิดที่จะป้องกันด้วยการใช้ถุงยาง เลยชอบบอกฝ่ายหญิงว่าจะออกมาหลั่งข้างนอก ความเชื่อนี้ไม่จริง เพราะเพียงช่วงเวลาที่มีเพศสัมพันธ์กันนั้น น้องชายก็จะหลั่งสารคัดหลั่งออกมาอยู่ตลอดเวลา และสารที่ว่านี้มีอสุจิปนเปื้อนอยู่ รวมทั้งอาจจะไม่สามารถควบคุมการหลั่งได้เมื่อถึงจุดนั้น





















3.ทำความสะอาดของฝ่ายหญิงหลังมีเซ็กซ์แล้วจะไม่ท้อง

มีผู้ชายจำนวนไม่น้อยคิดว่าถ้าหลั่งเข้าไปก็แค่ล้างออกมา แต่ในความเป็นจริงแล้วหลังจากที่เราเสร็จกิจแต่ละครั้ง อสุจิของผู้ชายจะเข้าไปลึกและว่องไว แม้จะใช้น้ำฉีดทำความสะอาดก็ไม่ได้ช่วย ที่สำคัญ หากทำความสะอาดมากเกินไปก็อาจติดเชื้อได้






4. ขนาดใหญ่เป็นเรื่องสำคัญ

ความเชื่อตรงนี้บั่นทอนจิตใจฝ่ายชายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลให้เกิดพฤติกรรมผิดๆ ในผู้ชาย บางคนถึงขั้นไปผ่าตัด ใช้อุปกรณ์เพิ่มขนาด ฉีดยา กินยาเพิ่มขนาด ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่จะส่งผลไม่ดีต่อชีวิตคู่ทั้งสิ้น แต่จากการสำรวจแล้ว ฝ่ายหญิงส่วนใหญ่ต้องการผู้ชายที่มีขนาดปกติ แต่มีลีลาดีมากกว่า เพราะฉะนั้น บางทีที่ฝ่ายหญิงหลีกหนีอาจจะไม่ใช่เพราะขนาด แต่เป็นเพราะไร้ลีลา เข้าทำนอง เล็ก เรียว แหลม หลั่งเร็ว ไร้ลีลา เจอแบบนี้ สาวๆ ที่ไหนก็กระเจิง






5. ผู้หญิงไม่ชอบออรัลเซ็กซ์

จากรายงานแล้ว ความตื่นเต้นและความหฤหรรษ์จากการออรัลให้กันและกัน เป็นสิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เซ็กซ์ของคุณและเธอมีความสุขมากขึ้น หากใครไม่เชื่อ คืนนี้ลองถามคนนอนข้างๆ ดูสิ








6. ผู้หญิงไม่เสร็จ แปลว่าไม่สนุก

ผู้หญิงส่วนมาก ไม่ว่าจะถึงจุดสุดยอดหรือไม่ เธอก็ต้องการการเล้าโลมและกระตุ้นในจุดเสียวมากกว่า และไม่ว่าจะเกิดการสอดใส่หรือไม่ก็ตาม ฝ่ายหญิงจำนวนมากก็ยังยืนยันว่าเธอสนุกกับเซ็กซ์ได้ แม้จะไม่ถึงจุดไคลแม็กซ์ก็ตาม






7. ผู้หญิงเกลียดอุปกรณ์

เซ็กซ์จะดีได้นั้นจำเป็นจะต้องช่วยเหลือกันและกันอย่างใส่ใจ การใช้อุปกรณ์เสริมในการมีเซ็กซ์อาจจะทำให้ฝ่ายหญิงถอยหนี แต่เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องของคนสองคน การใช้อุปกรณ์เสริมที่ถูกวิธี ถูกขนาด ก็อาจจะทำให้เซ็กซ์ที่แย่ กลายเป็นเซ็กซ์ที่ดีได้






8. ความรุนแรงนำไปสู่เซ็กซ์ที่สุขสม

การมีเพศสัมพันธ์ที่รวดเร็วและรุนแรง ไม่ได้ส่งผลให้ฝ่ายหญิงมีความสุขจากการมีเซ็กซ์มากขึ้น แต่จะเป็นการสะสมความรุนแรงให้ค่อยๆ ฝังลงไปภายในจิตใจ ดังนั้น ควรเปลี่ยนความเชื่อเสียใหม่ ใช้ความเข้าใจช่วยประคับประคองความรักดีกว่า





9. ผู้หญิงเกลียดหนังโป๊ และเซ็กซ์

ผู้ชายทั้งหลายคงไม่ทราบหรอกว่า เวลาที่ผู้หญิงคุยกันนั้นมันทะลึ่งมากกว่าที่คุณคิดไว้หลายเท่านัก ยิ่งโดยเฉพาะบรรดาอีเมลที่ฟอเวิร์ดหาคุณ หรือคำถามอีโรติกทะลึ่งๆ ส่วนใหญ่ก็มาจากผู้หญิงทั้งนั้น เป็นเรื่องของขนบธรรมเนียมประเพณีมากกว่าที่ทำให้ผู้หญิงไม่สามารถเปิดกว้างในเรื่องเหล่านี้ได้ แต่ลึกๆ แล้ว จิตใจของเธอก็เหมือนกับคุณนั่นล่ะ






10. ช่วยตัวเองทุกวัน ทำให้ขนาดใหญ่ขึ้น

ความจริงแล้ว ขนาดของอวัยวะที่จะใหญ่หรือเล็กลงนั้น ไม่ได้มีผลมาจากการช่วยเหลือตัวเองแม้แต่น้อย การนวดคลึงทำให้เพียงรู้สึกดีเท่านั้น และที่สำคัญ ถ้าทำมากไปก็อาจจะกลายเป็นการหมกมุ่นไปได้






ขอบคุณที่มาบทความจากนิตยสาร



ที่มา http://sextip.bluegy.com/

ป้ายกำกับ: , ,

เคล็ดลับเซ็กซ์มาราธอน

นี่คือเคล็ดลับเซ็กซ์มาราธอนสําหรับฝ่ายชาย

ลงมือปฏิบัติกับคนรัก สาวใดอยากสัมผัสกับเซ็กซ์ที่ดื่มด่ำเนิ่นนาน ห่างไกลจาก คําว่า \"นกกระจอก\" ควรเผื่อแผ่ให้แฟนหนุ่ม ได้อ่านด้วยนะจ๊ะ






พูดจาสองแง่สองง่าม

หากฝ่ายชายเผยวาจาสองแง่สองง่ามตรงริมหูของอีกฝ่าย รับรองว่าฝ่ายที่กําลังรับฟังต้องเผลอไผลบิดกายด้วยความวาบหวิวสุดสยิว ลองเปิดเผยจินตนาการเร้นลับ เคล็ดลับคือ อย่าแตะต้องกันและกัน ปล่อยให้ศิลปะแห่งคําพูดเป็นตัวสร้างอารมณ์และความรู้สึก วิธีนี้จะทําให้เกิดความรัญจวนใจอย่างเหลือเชื่อ รับรองว่า การได้แลกเปลี่ยนจินตนาการกันจะทําให้ทุกส่วนในร่างกายที่ไวต่อความรู้สึกตื่นตัวอย่างน่าอัศจรรย์

นวดและคลึงเคล้า

ก่อนอื่นหนุ่มๆ ต้องข่มใจห้ามแตะต้องหน้าอก ก้น หรือส่วนลี้ลับของฝ่ายหญิงเด็ดขาด จากนั้นค่อยเริ่มกระบวนการ ใช้น้ำมันนวดตัวหรือบอดี้โลชั่น พรมลงบนตัวเธอ แล้วเริ่มนวดไหล่ แผ่นหลัง ช่วงแขน และช่วงขา อย่าขยําขยี้ราวกับกําลังนวดแป้งทําขนม นี่คือโอกาสที่ฝ่ายชายได้ทรมานฝ่ายหญิงด้วยการให้ความสนใจกับส่วนอื่นของร่างกาย ซึ่งนอกเหนือไปจากอวัยวะที่ไวต่อการสัมผัส เมื่อรู้สึกว่าต่างฝ่ายเครื่องร้อนจนแทบหลอมละลาย จึงค่อยหันมาสนใจกับส่วนที่สู้มือ

ที่มา www.sextip.bluegy.com

ป้ายกำกับ: , ,

เสียสาว อย่างไร.. ให้มีคุณค่า

เชื่อไหมว่าผู้ชายร้อยละ 90 เมื่อได้ตกลงปลงใจ คบหากับใครได้สักระยะ เขามักจะขอมีเซ็กส์กับเธอ!!! และก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ก็มักที่จะใจอ่อนให้เขาเสียด้วย!!! รู้ไหมคะว่าเมื่อคุณยอมให้เขาไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้น


เรื่องราวยอมเสียสาวก่อนเวลาอันควรนั้น เป็นเรื่องที่มีมานานแล้วคะ เพียงแต่จะมีคนที่ยอมรับมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง บางคนก็ยอมเสียสาวให้แฟนหนุ่มหลังจากที่คบหากันเป็นปีๆ แต่ก็มีบางคนยอมมอบกายให้แฟนหนุ่มได้เชยชม ทั้งๆ ที่ยังเรียนหนังสืออยู่เลย นั่นเป็นเพราะว่าผู้หญิงทุกๆ คนมีจุดอ่อนที่เหมือนๆ กันคือ ฮอร์โมนเพศหญิงนั้นเอง เพราะมันจะส่งผลให้คุณรู้สึกว่าต้องการความรัก อยากได้ใครสักคนที่เขารักคุณจริงๆ และเมื่อมีใครสักคนที่มาแสดงตนว่ารักคุณ (อาจจะแกล้งทำ เล่นละครบทใหญ่ก็ได้ ใครจะไปรู้ละ) แต่คุณก็พร้อมที่จะเป็นของเขา เมื่อเขาร้องขอ อันนี้ไม่นับภาวะภายใต้ความมึนเมานะคะ นั้นเป็นเพราะว่าผู้หญิงส่วนใหญ่กลัวว่า ถ้าคุณไม่ยอมเป็นของเขาแล้ว เขาจะไม่รักคุณและไปมีรักใหม่

แต่คุณรู้ไหมว่า ลึกๆ แล้วผู้ชายกลัวอะไร ผู้ชายก็กลัวผู้หญิงไม่รักไงละคะ เพราะฉะนั้น ได้โปรดเถอะ เพื่อนๆ ทั้งหลาย อย่าได้ยอมให้เขาก่อนเวลาอันควรเลย หากเขาต้องเลิกกับเราเพราะเราไม่ยอมเขาแล้วละก็ ผู้ชายแบบนี้เราก็ไม่ควรที่จะเก็บไว้หรอกคะ อย่าเสียสาวเพื่อแลกกับควารักจอมปลอมเลยคะ เพราะรักจริงต้องรอได้ หากรักแล้วต้องได้ .. รอไปก่อนเถอะคะ เพราะเรื่องนี้มีผลการวิจัยมาแล้วว่า การลองอยู่กินกันก่อนแต่งนั้น ไม่ได้ทำให้อัตราการหย่าร้างน้อยลงแต่อย่างใด

แต่หากคุณพลาดพลั้งไปแล้วละ จะทำอย่างไรดี?

หากคุณเสียไปแล้ว แล้วแฟนหนุ่มของคุณก็หมดรักคุณไปพร้อมๆ กันนั้น คุณคงจะเรียกอะไรๆ กลับมาไม่ได้หรอกคะ แต่ขอให้คุณเก็บมันเอาไว้เป็นบทเรียน เอาไว้สอนใจตัวเองนะคะ หากในวันข้างหน้าคุณได้เจอะเจอใครที่ดี ปัญหาที่ผู้หญิงเหล่านี้มักจะกังวลก็คือ เขาจะรู้ไหมนะ ว่าเราเคยมีเซ็กส์มาก่อน จะบอกเขาดีไหมนะ ก็มีหลายๆ ความเห็นจากนักจิตวิทยา บ้างก็บอกว่าควรบอก บ้างก็บอกว่าไม่ควร อันนี้ก็แล้วแต่คุณล่ะค่ะ แต่จะบอกคุณให้ทราบก่อนว่า ผู้ชายไม่มีทางรู้ได้หรอกค่ะ ว่าคุณเคยมีเซ็กส์กับใครมาก่อน เพราะอวัยวะเพศของผู้หญิงนั้นสามารถยืดหยุ่นได้ ยกเว้นว่าคุณจะเคยคลอดลูกมาแล้วเท่านั้น ที่อาจจะทำให้อวัยวะเพศอาจจะขยายกว้างและอาจจะไม่ค่อยกระชับ ลองเปรียบเทียบข้อดี ข้อด้อยของการบอก หรือไม่บอกอดีตของคุณนะคะ

หากคุณบอกความจริง

+ ข้อดีของมันคือ คุณสบายใจแน่ๆ และจะได้รู้ความจริงใจของเขา หากเขารักคุณจริง เขาคงไม่ถือโทษอดีตของคุณได้หรอกคะ หากเขารับได้ ชีวิตคู่ของคุณคงไปได้สวยแน่ๆ เพราะทั้งคุณและเขาต่างก็เข้าใจกันและกัน ยอมรับข้อเสียของกันและกันได้

+ ข้อเสียของมันคือ เขาอาจจะยอมรับคุณได้ แต่เชื่อเถอะคะว่า ลึกๆ ผู้ชายร้อยละ 90 ต่างก็อยากที่จะได้เป็นคนแรกทั้งนั้นแหละ เขาอาจจะมีความรู้สึกผิดหวังลึกๆ ก็ได้นะคะ บางทีเมื่อคุณมีปัญหากัน เขาอาจจะเอาเหตุผลนี้มาเป็นข้ออ้างที่จะทะเลาะก็ได้นะคะ

หากคุณไม่บอกความจริง

+ ข้อดีของมันคือ เขาจะสบายใจ แน่นอนว่า เขาภูมิใจแน่ๆ คู่ของคุณก็อาจจะมีความสุขได้เช่นกัน หากคุณไม่คิดมาก และเก็บอดีตของคุณมาคอยทำร้ายชีวิตรักของคุณ

+ ข้อเสียของมันคือ ความลับไม่มีในโลก หากเขารู้เอง เพราะมีคนอื่นบอก (ก็แน่ละคุณไม่ได้บอกเขานี่) เขาอาจจะรู้สึกแย่กว่าการที่เขารับรู้จากปากของคุณเองก็ได้ค่ะ ถ้าจะให้ดีที่สุดนะคะ เก็บความสาสวเอาไว้นั่นแหละ ดีที่สุดแล้วละคะ รอเวลาที่เหมาะสม ศึกษานิสัยใจคอให้มากกว่านี้ เมื่อถึงเวลา... ค่อยให้เขาศึกษาสรีระเรานะคะ


ขอบคุณที่มาบทความจาก www.ladytip.com

ป้ายกำกับ: , ,

เจ็บปวดจากเซ็กส์ ความลับที่ผู้หญิงไม่กล้าบอก

เจ็บปวดจากเซ็กส์ ความลับที่ผู้หญิงไม่กล้าบอก (Lisa)

การขาดน้ำหล่อลื่นในช่องคลอดทำให้เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์ได้ และมีหลายสาเหตุที่ทำให้ช่องคลอดแห้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์


ความเจ็บปวดที่เกิดจากเซ็กส์มักเป็นเรื่องที่สาวๆ ไม่กล้าเอ่ยปากบอกใครเนื่องจากความอาย จึงต้องทนเจ็บปวดและไม่ยอมบอกแม้กระทั่งกับสุดที่รักของตัวเอง ทั้งนี้ ความเจ็บปวดจากเซ็กส์ที่เกิดขึ้นบ่อยนั้นแพทย์เรียกว่า Dyspareunia และจากรายงานของศูนย์รักษาผู้หญิงในเมืองนิวยอร์กก็คือ เกือบหนึ่งในสองของผู้หญงเคยเจ็บปวดจากการมีเซ็กส์ และ 15% มีความเจ็บปวดถาวร และคนที่เจ็บปวดส่วนใหญ่ก็ปิดปากเงียบซึ่งจะทำให้เกิดความเครียดยิ่งขึ้นและทำให้ชีวิตคู่มีปัญหาตามมา หากผู้หญิงมีอาการเจ็บปวดจากเพศสัมพันธ์บ่อยก็ควรหาสาเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ดังนี้

ช่องคลอดแห้ง

การเป็นโรคซึมเศร้า ความเครียดหรือการเล้าโลมน้อยเกินไปก็ทำให้ขาดอารมณ์ร่วมและมันทำให้ขาดน้ำหล่อลื่นในผู้หญิง นอกจากนี้อาจเกิดจากเซ็กส์ฮอร์โมนเอสโตรเจนหรือฮอร์โมนแปรปรวนในผู้หญิงวัยทองก็เป็นสาเหตุได้เช่นกัน หรืออาจเกิดจากการคลอดบุตร การผ่าตัดหรือการฉายแสง หรือยาบางชนิด เช่น ฮอร์โมน Prolactin ซึ่งเป็นฮอร์โมนช่วงให้นมบุตร และยาคุมกำเนิดที่มีเจสตาเจนก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผนังช่องคลอดขาดน้ำหล่อลื่นได้ ผลก็คือ ผนังช่องคลอดบางลง เปราะบางและติดเชื้อได้ง่าย

การอักเสบของช่องคลอด

หากช่องคลอดของผู้หญิงขาดน้ำหล่อลื่น ก็อาจทำให้ช่องคลอดเป็นแผลได้ขณะมีเซ็กส์ ทำให้เกิดเชื้อรา แบคทีเรียหรือเริมเข้าไปเพาะพันธ์ได้ง่ายและก่อให้เกิดการอักเสบ รู้สึกได้จากการแสบร้อนของคลิตอริส แคมและช่องคลอด และหากรู้สึกเจ็บแสบบริเวณกลางอวัยวะเพศ มักมีการอักเสบของทางเดินปัสสาวะหรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

ปวดเกร็งช่องคลอด

อันเนื่องมาจากการบีบตัวของกล้ามเนื้อรอบช่องคลอดขณะมีเพศสัมพันธ์ซึ่งมีผู้หญิงเป็นจำนวนไม่น้อยที่มีอาการปวดเกร็งช่องคลอดหรือแม้แต่การสอดใส่ผ้าอนามัยแบบสอดหรือการตรวจภายในก็จะมีความเจ็บปวดมาก หรือในผู้หญิงบางคนก็เกิดจากปัญหาด้านจิตใจ

ซีสต์และเนื้องอก

เมื่อผู้หญิงรู้สึกเจ็บเมื่ออวัยวะเพศชายขยับเคลื่อนไหวภายใน อาจเกิดจากซีสต์ในรังไข่ เนื้องอกในอุ้งเชิงกราน เนื้องอกในมดลูกหรือเนื้องอกในรังไข่ก็ได้ หรืออาจเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น การอักเสบเรื้อรังของลำไส้ มีแผลเป็นจากการผ่าตัด ฯลฯ จึงก่อให้เกิดความเจ็บปวดขณะมีเซ็กส์

เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis)

ความเจ็บปวดจากข้างในและเปลี่ยนตำแหน่งไปมา อาจเป็นสัญญาณของเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่จึงทำให้เกิดความเจ็บปวดขณะมีเซ็กส์

ดังนั้น เมื่อผู้หญิงรู้สึกเจ็บปวดขณะมีเซ็กส์บ่อยก็อย่านิ่งนอนใจ ควรปรึกษาบอกเล่ากับสุดที่รักและไปพบแพทย์ถ้ามีอาการเจ็บปวดเรื้อรัง




ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



from http://sextip.bluegy.com/sex-bluegy-14328.html

ป้ายกำกับ: ,

วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2552

จุดสุดยอด..ทำไม๊ไม่เคยถึง

เรื่องวันนี้ดูเหมือนจะไม่ค่อยมีใครพูดกัน แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าผู้หญิงมากมายหลายคนทั้งเจอและจมอยู่กับปัญหานี้ โดยไม่สามารถปรึกษาใครได้ ก็ลองคิดดูสิครับ ว่าแค่เริ่มจะไปหาหมอไหนดี ก็มึนแล้ว ที่จริงเรื่องอย่างว่านี้ไม่พ้น…สูติแพทย์หรอกครับ…

สูติแพทย์เป็นหมอที่ดูแลรักษาระบบสืบพันธุ์ต่างๆ ของผู้หญิง ซึ่งก็รวมถึงการตั้งครรภ์ด้วย ผู้หญิงโดยทั่วไปนึกว่าหมอสูติฯ มีหน้าที่ดูแลรักษาเมื่ออวัยวะที่ใช้สืบพันธุ์เหล่านี้มีความเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ที่จริงแล้ว หากมีความบกพร่องในการใช้งานก็เป็นเรื่องของหมอสูติฯ ด้วยเหมือนกันครับ

แต่ว่าทำงานเป็นสูติแพทย์มาก็นาน สังเกตได้เลยว่าเรื่องความบกพร่องทางเพศของผู้หญิงนี่หากไม่สนิทกัน ไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกันจริงๆ ก็ไม่ค่อยจะมีใครเอาเรื่องนี้มาปรึกษาหรอกครับ สังคมไทยเรายังถือว่าเรื่องบนเตียงเป็นเรื่องลับเฉพาะที่ไม่ควรไปพูดให้ใครฟัง แต่สมัยนี้มีปัญหาอะไรก็ต้องรีบแก้ไขทำเวิร์คช็อปซะ อย่าปล่อยเอาไว้เรื้อรัง!

จุดสุดยอดคืออะไรเหรอ

มีการศึกษาเรื่องเกี่ยวกับการตอบสนองทางเพศของผู้หญิงกันมานานกว่า 50 ปี ที่ดังๆ ก็เป็นฝรั่งสองคนที่ชื่อ Master กับ Johnson กว่าจะศึกษาเรื่องนี้จบคงหมดแรง ลิ้นห้อยกันไปทั้งคู่ แต่ผลงานของแกก็ยังดังมาจนถึงทุกวันนี้ การศึกษาที่แสนจะเหน็ดเหนื่อย นี้พบว่าการตอบสนองทางเพศของผู้หญิงนั้นแบ่งออกเป็น 4 ระยะ

ระยะที่ 1 มีความต้องการทางเพศ มีจินตนาการ และต้องการมีเพศสัมพันธ์

ระยะที่ 2 ตื่นตัว มีการกระตุ้นทั้งทางร่างกายและจิตใจ เรียกเป็นภาษาไทยๆ ก็เป็นระยะเข้าด้ายเข้าเข็ม ระยะนี้ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย

ระยะที่ 3 ถึงจุดสุดยอดทางเพศ (Orgasm หรือ Climax) ระยะนี้แหละครับที่เป็นเรื่องที่ต้องคุยกันวันนี้ เมื่อมีการกระตุ้นเร้าทางเพศมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะถึงจุดที่เกิดความพึงพอใจทางเพศสูงสุด มีความรู้สึกมีความสุขเหมือนร่างกายได้ถูกปลดปล่อยอะไรออกมา จะมีการหดรัดตัวเป็นจังหวะของกล้ามเนื้อบริเวณปากช่องคลอดและอุ้งเชิงกราน โดยพบว่ามีการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณช่องคลอดส่วนล่างเป็นจังหวะ 3-15 ครั้ง ร่วมกับมีการ หดรัดตัวอย่างรุนแรงของมดลูกจากยอดมดลูกลงมาจนถึงปากมดลูก นอกจากนั้น ก็จะพบการเกร็งตัวของกล้ามเนื้อของร่างกายส่วนอื่นๆ เช่น ใบหน้า มือ แขน ขา มีผื่นแดงขึ้นตามหน้าอก คอ และใบหน้า ความดันเลือดเพิ่มขึ้น 20-40 มิลลิเมตรปรอท และอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นได้ถึง 160 ครั้งต่อนาที ระยะถึงจุดสุด ยอดทางเพศจะอยู่ระหว่าง 3-25 วินาที

ระยะที่ 4 หลังจากถึงจุดสุดยอดแล้วก็จะเข้าสู่ระยะพักตัว กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ จะมีการคลายตัว ปกติแล้วผู้หญิงจะมีระยะพักตัวสั้นและสามารถถึงจุดสุดยอดได้ติดๆ กันหลายๆ ครั้ง ….น่าอิจฉาเหมือนกันนะครับ ผู้ชายถึงจุดสุดยอดได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง

แค่อ่านช่วงถึงจุดสุดยอดก็รู้สึกเหนื่อยแทนแล้วล่ะครับ ในผู้ชายเมื่อถึงจุดสุดยอด ก็จะมีการหลั่งน้ำอสุจิออกมา แต่ในผู้หญิงก็จะมีน้ำหลั่งออกมาจากผนังช่องคลอดได้เหมือนกัน แต่ไม่ได้ออกมามากมายเหมือนกับที่ผู้ชายหลั่งน้ำอสุจิ ผู้หญิงจะรู้ทุกครั้งที่ผู้ชายถึงจุดสุดยอด แต่ผู้ชายอาจรู้หรือไม่รู้เลยก็ได้ว่าผู้หญิงถึงจุดสุดยอดหรือเปล่า แล้วก็มีเยอะเลยนะครับที่ผู้หญิงไม่ถึงจุดสุดยอด

เวลามีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ถึงจุดสุดยอด มันก็คล้ายๆ กับไปดูหนังสักเรื่อง หนังก็สนุกน่าดู แต่ดูได้แค่ครึ่งเรื่องเท่านั้นเอง ไม่ถึงไคลแมกซ์ซะที ตอนจบเรื่องเป็นยังไงก็ไม่รู้ ดูแล้วมันอารมณ์ค้างยังไงชอบกล มีเพศสัมพันธ์แล้วไม่ถึงจุดสุดยอดมันก็คล้ายๆกัน แต่จะ รู้สึกแย่กว่าเสียอีก

แล้วทำไมไม่ถึงซะทีล่ะ

ความผิดปกติของการถึงจุดสุดยอด หมายถึงการที่ผู้หญิงไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้ หรือถึงจุดสุดยอดได้ช้ากว่าปกติเป็นเรื่องที่พบได้บ่อย ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ของผู้หญิงโดยทั่วไปไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้เลยตลอดชีวิต และพบว่าผู้หญิงเกือบครึ่งมีความผิดปกติของการถึงจุดสุดยอดเป็นบางครั้ง หรือในบางสถานการณ์ แต่เชื่อหรือไม่ครับว่าคนที่มีความผิดปกติที่ว่านี้ น้อยมากที่จะไปหาหมอหรือรักษาเป็นเรื่องเป็นราว

สาเหตุของการไม่ถึงจุดสุดยอดก็อาจมีสาเหตุจากทางร่างกาย เช่น การบาดเจ็บ การผ่าตัดบริเวณอุ้งเชิงกรานหรือไขสันหลัง โรคเรื้อรังบางอย่าง เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ความผิดปกติของต่อมหมวกไต หากมีโรค หรืออาการเหล่านี้ก็ควรตรวจรักษาอย่างต่อเนื่อง วันหลังหมอก็คงต้องขู่กันบ้างแล้วล่ะว่า “รักษาไม่ดีเดี๋ยวไม่ถึงจุดสุดยอดนะ” คราวนี้รับรองตาลีตาเหลือกกินยาไม่มีขาดแน่

แต่ยาบางอย่างก็อาจมีผลทำให้ไม่ถึงจุดสุดยอดได้เหมือนกันนะครับ เช่น พวกยาแก้เครียด ยากล่อมประสาท ยานอนหลับ แม้กระทั่งยาลดน้ำมูกแก้หวัดที่กินแล้วง่วงนอนก็ อาจมีผลทำให้ไม่ถึงจุดสุดยอดได้เหมือนกัน ยาลดความดันบางตัวก็มีผล แต่ที่น่าสนใจที่สุดยา พวกแอมเฟตตามีน หรือยาบ้า รวมทั้งยาลดความอ้วนทั้งหลายที่สาวๆ เดี๋ยวนี้ชอบใช้กันก็มีผล ทำให้ไม่ถึงจุดสุดยอดได้ด้วย ใครที่ใช้ยาเหล่านี้อยู่เป็นประจำก็พยายามเลิกก็แล้วกัน

ผู้หญิงมีกรรมที่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ได้มีอะไรทางร่างกายผิด ปกติไปจากคนอื่นเลยครับ สาเหตุที่พบได้บ่อยๆก็ คือ ปัจจัยทางจิตใจและความสัมพันธ์ ระหว่างคู่สมรส ทัศนคติที่ไม่ดีต่อการมีเพศสัมพันธ์ ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ ขาดอารมณ์ร่วมทางเพศ เท่าที่เจอมาก็ไม่เคยตรวจพบความผิดปกติใดๆ เลย แต่ส่วนมากมักจะเล่าอาการเริ่มต้นเหมือนกัน คือมีเพศสัมพันธ์แล้วไม่มีน้ำหล่อลื่น อย่างนี้ก็รู้เลยล่ะว่าตัวเองนั้นไม่ได้มีอารมณ์ทางเพศเลย มีเพศสัมพันธ์ไปตามหน้าที่อย่างนั้นแหละ และก็ไม่เคยถึงจุดสุดยอดด้วยเหมือนกัน หรือบางรายเกิดมีอาการเจ็บระหว่างมีเพศสัมพันธ์ กำลังเสียวๆ อยู่ พอมีความรู้สึกเจ็บแทรกขึ้นมาความรู้สึกเสียก่อนหน้านั้นมันก็หายวับไปหมด แล้วก็จบลงที่ไม่ถึงจุดสุดยอดเหมือนเดิม

อย่าเพิ่งปลงซะก่อนล่ะ ไปถึงจุดสุดยอดมันไม่ยากเหมือนปีนเขาเอเวอร์เรสต์หรอกครับ ส่วนมากแล้วก็รักษาได้ผล ดีซะด้วย ถึงตอนนั้นจะปีนขึ้นปีนลงเขาเอเวอร์เรสต์วันละกี่หนก็ได้…สบายมาก

เคล็ดไม่ลับ ไปให้ถึง…

สร้างทัศนคติที่ดี…ก่อนอื่นก็ต้องแก้ไขทัศนคติในเรื่องอย่างว่าให้ดีก่อน การมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช่หน้าที่ ไม่ต้องฝืนใจ ไม่ต้องทำใจ เราต้องอยากทำเพราะว่ามันมีความสุข เรามีความต้องการทางเพศ ไม่ต้องเก็บกดความรู้สึกของตัวเองไว้
อย่าคาดหวังความล้มเหลวไว้ล่วงหน้า ผู้หญิงหลายคนที่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดก็มักจะมีอาการเหมือนๆ กันคือ คิดไว้อยู่แล้วล่ะว่าจะไม่ถึงจุดสุดยอด เวลามีอะไรกันก็ทำไป อย่างนั้นแหละจะได้เสร็จๆ ต่อจากนี้ไปห้ามทำแบบนี้เด็ดขาดนะครับ เวลามีเพศสัมพันธ์ก็ให้ทำในสิ่งที่อยากทำ ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติแล้วมุ่งมั่นให้ตัวเองถึงจุดสุดยอดให้ได้…ชักช้าเดี๋ยวสามีถึงจุดสุดยอดไปซะก่อนนะ

ทดสอบตัวเอง…เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนคงรู้จักหรือไม่ก็เคยสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองมาก่อน ลองเปิดแอร์นอนสบายๆ แล้วลองช่วยเหลือตัวเองดูสักครั้ง ใช้จินตนาการเท่าที่ใจอยากจะทำ พยายามกระตุ้นตัวเองให้มากที่สุด ถ้าสามารถถึงจุดสุดยอดได้ ขั้นต่อไปก็ไม่ยากแล้วครับ การช่วยตัวเองก็จะช่วยให้เราได้รู้ว่าเราชอบกระตุ้นแบบไหน เวลามีเพศสัมพันธ์ของจริงก็บอกไปเลยว่าฉันชอบแบบนี้นะ ลองทำให้ฉันถึงจุดสุดยอดไปเลยได้หรือเปล่า ก็เหมือนใช้ให้สามีสำเร็จความใคร่ให้นั่นเองครับ
เวลามีเพศสัมพันธ์กันจริงๆ ก็เอาจินตนาการที่เราใช้ตอนช่วยเหลือตัวเองมาเป็น ส่วนประกอบด้วยก็จะทำให้ถึงจุดสุดยอดได้ไม่ยาก และเมื่อเคยถึงจุดสุดยอดแล้วครั้งต่อๆไป ก็มักไม่มีปัญหาอย่างว่าอีก

ผู้หญิงที่เคยแต่นอนเฉยๆ ให้สามีทำให้มันเสร็จๆ ก็ต้องเปลี่ยนบทบาทตัวเองบ้าง แล้วลองให้สามีนอนเฉยๆ บ้าง ขอฉันทำบ้าง ลองสักครั้งที่ไม่ต้องคิดถึงใคร ทำอย่างที่ตัวเองอยากทำ ควบคุมจังหวะต่างๆด้วยตัวเอง อย่าลืมใส่จินตนาการของเราไปเยอะๆ นะ…จุดสุดยอดก็อยู่ไม่ไกลเกินไขว่คว้าหรอกครับ

ในคนที่ไม่เคยถึงจุดสุดยอดก็พบกว่าการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง สามารถทำให้ถึงจุดสุดยอดได้กว่า 90 เปอร์เซ็นต์ และหลังจากนั้นก็สามารถถึงจุดสุดยอดได้จากการ มีเพศสัมพันธ์ปกติมากกว่า 75 เปอร์เซ็นต์ ผลการรักษาค่อนข้างจะดีมาก ดังนั้นหากไม่เคยถึงจุดสุดยอด ปีนไม่ถึงสวรรค์ซักที ก็ไม่ต้องอายหรอกครับ ไปปรึกษาคุณหมอซะ แต่ถ้ายังอายๆ อยู่ก็อ่านเรื่องอย่างว่าของหมออานนท์นี้แล้วลองทำดู ก็หวังว่าคนที่ไม่เคยถึงจุดสุดยอด จะได้มีความสุขเหมือนชาวบ้านคนอื่นบ้าง
นี่ถ้าอ่านแล้วลองไปทำดู ถึงจุดสุดยอดกันเป็นแถว ก็คงได้บุญได้กุศลเพราะเรื่องนี้เยอะเลยนะครับ…สาธุ

ประมาณ 10 % ของผู้หญิงไม่สามารถถึงจุดสุดยอดได้เลยตลอดชีวิต!

ป้ายกำกับ: ,

10. การออกกำลังต่อสู้กัน

ในบางครั้งการอกกำลังต่อสู้กัน ดูเหมือนเป็นการต่อสู้เล่นๆ เป็นการสร้างความตื่นเต้นให้กันและกันเป็นอย่างดีในขณะที่ที่ทะเลาะกัน ทั้งคู่อาจไม่ได้คิดถึงเซ็กส์แต่มันเป็นการกระตุ้นอารมณ์เพศ ในที่นี้มิได้หมายถึงการกระทำทารุณแบบซาดิสม์ ผู้หญิงส่วนมากมีความรู้สึกต้องการความโหดอยู่ลึกๆ บางคนต้องการให้คู่ของตนเชื่องด้วยการใช้ความเจ็บปวด การมีเซ็กส์ที่ดุเดือดกว่าปกติเป็นเรื่องธรรมดาของหลายคน แต่ถ้าพบคู่ที่ไม่ชอบความรุนแรงสวรรค์ก็อาจล่มไปเลย ลองพูดคุยกันระหว่างพักยกของการร่วมรักคุณอาจถามเธอว่า “อยากให้ผมทำอะไรมั้ย เหมือนอย่างที่ผมอยากทำให้คุณตอนนี้” คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่พาคุณและคู่ไปสู่จินตนาการ

ป้ายกำกับ: , ,

9. กัด

การงับเบาๆ ที่ปลายอวัยวะเพศชาย หน้าอกหัวนม ผิวหนัง นิ้ว ใบหู แคมใหญ่ที่อวัยวะเพศหญิง คลิตอริส ล้วนเป็นการสร้างความตื่นเต้นให้เธอเป็นอย่างมาก ต้องระวังการกระที่รุนแรง เพราะจะสร้างความเจ็บปวดได้ แต่สำหรับผู้หญิงบางคน มันเป็นการจุดอารมณ์ให้เธอ ข้อจำกัดคือ ความชอบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ป้ายกำกับ: , ,

8. เป่า

เป็นเทคนิคที่แปลกออกไปสำหรับคุณ คุณอาจใช้ปากหรือเครื่องเป่าผมเป่าไปตามบริเวณต่างๆ ของร่างกายเธอ ความร้อนความอบอุ่นจะสร้างอารมณ์ให้เธออย่างคาดไม่ถึง วิธีการที่ดีคือการโลมเลียร่างกายเธอให้เปียกด้วยลิ้นของคุณก่อน หรือบางทีอาจใช้น้ำมัน น้ำ โลชั่นชโลมร่างกายเธอให้ชุ่มชื้นก่อน แต่ข้อควรระวังคือ บางคนอาจไม่ชอบวิธีการนี้ คุณควรทดลองกับบาลบริเวณก่อนด้วยการใช้น้ำลาย หรือเป่าจากลมปาก บริเวณที่ต้องระวังคือหู คุณต้องหายใจเข้า อย่าเป่าหูเธอ

ป้ายกำกับ: , ,

7. การใช้ลิ้น

สำรวจร่างกายของคู่รักด้วยการใช้ลิ้นกับเธอทุกตารางนิ้วลองสังเกต หากเธอชอบ ควรจะพยายามทำโดยเฉพาะที่อวัยวะเพศของเธอ คุณพยายามการทดแทนการนวดด้วยนิ้วของคุณมาเป็นการใช้ลิ้นแทน คุณลองสังเกตอาการของเธอได้ หากเธอพอใจเธอจะขยับสะโพกเป็นจังหวะเพื่อนการสอดรับกับการใช้ลิ้นของคุณ

ป้ายกำกับ: , ,

6. การถูนวด

นอกจากการนวดด้วยปลายนิ้วไปทั่วร่างกายแล้ว การใช้โลชั่นที่หอมละมุนถูนวดตามร่างกาย ยังเป็นการกระตุ้นอารมณ์ได้ดีอีกทางหนึ่ง และเป็นสิ่งที่สามารถทำให้กันและกันได้ การถูนวดแบบนี้นอกจากจะสร้างความซาบซ่านแล้ว ยังสร้างความสบาย ผ่อนคลายความเครียดทางอารมณ์ได้ดี สุภาพบุรุษสามารถสร้างความรู้สึกให้เธอได้มากหากเอาใจใส่บริเวณหน้าอก ก้น หน้าท้อง และต้นคอของเธอเป็นพิเศษ

ป้ายกำกับ: , ,

5. เทคนิคขาแมงมุง

คือการนวดเพื่อสร้างอารมณ์ด้วยปลายนิ้ว ระมัดระวังการสัมผัสแบบแผ่วเบาที่สุด พยายามไม่แตะต้องส่วนที่ใกล้เคียงกับอวัยวะเพศในขั้นแรก แต่มีเป้าหมายที่จุดสัมผัสอื่นซึ่งไวต่อความรู้สึก เช่นหัวนม เต้านม ต้นคอ ทรวงอก หน้าท้อง ท้องแขน ต้นขาด้านใน ข้อศอก สันหลังฝ่ามือ ฝ่าเท้าและรอบทวารหนัก นวดอวัยวะเหล่านั้นอย่างเบามือ นอกจากนี้ยังมีนิ้วมือ ขอบตาบน ซึ่งเป็นจุดไวต่อความรู้สึกมากเช่นกัน

ป้ายกำกับ: , ,

4. มือ

เป็นอุปกรณ์ที่ธรรมดาที่สุดของการร่วมรักระหว่างชายกับหญิง ถ้ารู้จักใช้มันจะมีประโยชน์มาก ไม่ว่าด้วยการลูบไล้ร่างกายของตนเองหรืออีกฝ่ายหนึ่ง ทั้งคู่อาจใช้มือสำเร็จความใคร่ให้กันและกัน ในการร่วมรักครั้งหนึ่งๆ มือจะช่วยสร้างบรรยากาศก่อน และสร้างความรู้สึกทราบซึ้งให้เกิดขึ้นภายหลังการร่วมเพศด้วย นอกจากนี้ ผู้ชายบางคนยังต้องการให้ผู้หญิงใช้มือช่วยกระตุ้นอารมณ์เขา โดยเฉพาะเมื่อต้องการร่วมรักใหม่เป็นครั้งที่ 2 หรือด้วยตัวเขาเองที่จะสร้างความสุขด้วยการใช้มือ คุณผู้ชายอาจชี้แนะวิธีให้สุภาพสตรีของคุณให้บริการด้วยมือแก่คุณ ในขณะเดียวกันคุณเองก็ต้องสังเกตวิธีการที่เธอมาสเตอร์เบทตัวเธอเอง ในขณะที่เธอใช้มือสร้างความสุขให้คุณ คุณก็สามารถบริการเธอด้วยมือของคุณเอง เพียงแต่คุณต้องศึกษาดูให้ดีก่อนว่าจุดที่สร้างความเสียวซ่านให้เธอนั้นอยู่จุดไหน เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความเจ็บปวดหรือระคายเคืองให้เธอถ้าคุณไม่พบคลิตอริสของเธอ อาจให้เธอจับมือคุณไปยังตำแหน่งที่เธอรู่ดีนั้นก็ได้ ในการใช้มือบนอวัยวะเพศของเธอ นิ้วกลางของคุณจะทำหน้าที่ทั้งสัมผัสปลายคลิตอริสและสอดใส่เข้าไปในช่องรักของเธอ คุณต้องสังเกตจังหวะในการสอดใส่ว่าตรงกับจังหวะที่เธอขยับสะโพกขึ้นลงหรือไม่ หลังจากนั้นคุณก็อาจใช้นิ้วชี้และนิ้วก้อยช่วยงาน รวมทั้งนิ้วโป้งด้วย อย่าลืมว่าต้องตัดเล็บให้สั้นเสมอ ในกรณีที่เธอตื่นเต้นสุดขีด แต่บริเวณนั้นแห้งเกินไปอาจสร้างความระคายเคือง คุณจะสลับใช้ลิ้นบ้างก็จะเพิ่มความชุ่มชื้นได้ดี

ป้ายกำกับ: , ,

3. การร่วมเพศที่ต้นขา

คล้ายกับวิธีที่แล้ว คือมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์ หรือระหว่างรอบเดือนของสตรี ฝ่ายชายจะวางอวัยวะเพศของเขาลงระหว่างต้นขาของเธอ แต่ไม่ได้สอดใส่ลงในช่องเพศ มันจะสร้างความรู้สึกได้ดีหากเขาอยู่หลังเธอ ปลายอวัยวะของเขาจะสัมผัสอยู่ที่คลิตอริส สร้างความรู้สึกเสียวซ่านให้เธอได้ และยังเป็นเทคนิคหนึ่งก่อนการสอดใส่จริงที่เข้าท่ามาก

ป้ายกำกับ: , ,

2. การร่วมเพศโดยไม่เปลื้องผ้า

เป็นเทคนิคที่สร้างความตื่นเต้นไปอีกแบบหนึ่ง ถ้าผู้หญิงคนนั้นสวมชุดชั้นในที่มีสายรัดต้นขาจะเร้าอารมณ์ผู้ชายได้มาก วิธีการนี้ไม่ใช่การสอดใส่อวัยวะลงในช่องคลอดของเธอแต่เป็นการสัมผัสภายนอกเหมาะสำหรับคู่ยังไม่ได้สมรสกัน หรือในขณะที่มีรอบเดือน แม้ว่าการร่วมเพศแบบนี้จะกินเวลานานและใช้ความพยายามจากฝ่ายชาย แต่ผู้หญิงไม่น้อยที่เสียวสุดยอดได้ด้วยวิธีนี้

ป้ายกำกับ: , ,

10 เทคนิคการเล้าโลม

1. จูบ ใครๆ ก็จูบเป็น แต่เชื่อมั้ยว่ามันเป็นเทคนิคง่ายๆ ที่หลายคนมองข้ามไปอย่างน่าเสียดาย การจูบด้วยการใช้ปากและลิ้นเป็นการกระตุ้นอารมณ์ได้อย่างวิเศษ ระหว่างการร่วมเพศก็สามารถทำได้ ยิ่งการจูบหน้าอกหรือที่อวัยวะเพศของเธอเป็นสิ่งที่นักรักไม่ควรพลาด ว่ากันว่าลิ้นของผู้ชายสามารถทำให้ผู้หญิงอ่อนปวกเปียกได้ ผู้หญิงบางคนชอบที่จะให้ผู้ชายใช้ลิ้นกับเธอจนถึงวาระที่จะร่วมเพศหรือสอดใส่อวัยวะเพศ เพราะมันทำให้เธอขึ้นสวรรค์ไปหลายรอบแล้ว

ป้ายกำกับ: , ,

วันอังคารที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2552

history 1. The HPV Vaccine

HPV (human papillomavirus) is a very popular sexually transmitted virus, but not exactly the kind of popular that makes you want to be in the "in" crowd. It's believed that 75 percent of the population will become infected with HPV during their adulthood, and studies show that certain types of HPV infections cause about 70 percent of all cervical cancer., while 370,000 cases of cervical cancer are identified in the United States every year and the CDC estimates that 6.2 million Americans are infected every year. In June, the U.S. Food and Drug Administration approved the first preventive HPV vaccine, marketed by Merck & Co. under the trade name Gardasil. Yay! But wait: Conservative Christian groups have come out in opposition against the HPV vaccine, claiming that a vaccine will only encourage promiscuity and that abstinence is the best way to avoid getting HPV -- and thus injecting a life-saving breakthrough with a virus of its own: life-threatening sexual hysteria. It's too bad: Something called "The Promiscuity Vaccine" sounds like a shot I'd like to get from a naughty nurse, rather than a dose of misinformation from the Family Research Council.



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeFrqSN9

ป้ายกำกับ: , ,

2. The Craigslist Experiment Sex Scandal

In September, Seattle resident Jason Fortuny (and a friend) carried a Craigslist thought experiment over into shocking reality. He took a hard-core Women Seeking Men ad from another city and reposted it to see how many replies he could get in 24 hours. Then he published every single response -- photos, e-mails, IM info, phone numbers, names, everything -- to a public wiki. Then he went public on Jason's LiveJournal page, calling it "The Craigslist Experiment." He got 178 responses, with 145 photos of men -- one respondent used a Microsoft employee e-mail address, another used a usar.army.mil (military) e-mail address -- all sparking huge debates on Internet privacy. Since then, Portland copycat Michael Crook performed the same experiment but took it further, baiting respondents into giving more sexual and personal information. Crook became a troll par excellence by trying to milk his 15 minutes of attention by barraging local Web sites like 10 Zen Monkeys and Web hosting providers like Laughing Squid with bogus DMCA takedown notices related to his image (when they wrote about him), turning sex-baiting into DMCA-baiting -- and now the local Electronic Frontier Foundation is suing Crook for bogus DMCA claims.



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeFnTnMG

ป้ายกำกับ: , ,

3. 'Girls Gone Wild''s Joe Francis

We all knew that those annoying "Girls Gone Wild" ads we had to sit through while waiting for Stephen Colbert to come back on just had to come from the father of all douche bags, but then this year we found out we were right. Joe Francis, the founder and director of the video series, is officially looking like the king craziest douche bag of all times. He was robbed at gunpoint and forced to perform in a bend-over-boyfriend extortion video and was arrested on charges of racketeering and drugs. The Los Angeles Times profile in which he publicly sexually humiliated the female journalist on the story significantly raised his douche bag quotient (DQ). And this month, his guilty plea for using underage girls (gone wild with lawyers, natch) got him a tidy little sentence.



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeFf5NEH

ป้ายกำกับ: , ,

4. Sex in Space

In space, no one can hear you masturbate. At least that was the theory tossed (ahem) about the Internet and in print this year, especially when Laura S. Woodmansee came out with the well-researched (and highly amusing) book "Sex in Space." Aside from jokes about getting fluids out of your hair, the choreography of connection and not leaving condoms on the console, MSNBC's science writer Alan Boyle remarked that "new devices and data would be required to hit the zero-g g-spot," and zero-gravity veteran Xeni Jardin got a sex-positive microgravity post going on Boing Boing that garnered comments from pro-abstinence pseudo-Christians as well as hanky-flagging space sluts.



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeFamUIL

ป้ายกำกับ: , ,

5. Sex Toy Bans

Sex toys had a rough year, coming and going. Not only did people freak out about what was in their toys, but legislators had fits so profound about their very existence that it kinda made us all a bit uncomfortable to associate senators and butt plugs all in one sentence. ... But because they tried -- in some cases, successfully -- to make sex toys illegal in certain states, we have all been forced (with a vibrator to our collective heads) to consider anal beads and politicians in bed together, as it were. But seriously -- healthy, average adult Americans were forbidden their fundamental right to buzzing bunny vibrators and bend-over-boyfriend behind closed doors when a federal appeals court in Mississippi upheld the dismissal of a case challenging the state's sex toy ban. Mississippi joined the ranks of sex-toy hatin' states Alabama, Georgia, Indiana, Texas, Louisiana and Virginia.



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeFUs4IV

ป้ายกำกับ: , ,

6. Toxic Sex Toys

Sex educators had been making increasing noise all year about the use of phthalates (toxic chemicals) in cheaply made sex toys, but the lube really hit the fan when Greenpeace issued a toxic sex toy warning based on their investigative report that put those Crystal Jelly Dongs right off the menu. Calling on the European Union to address what they called an "EU sex scandal," Greenpeace requested a ban on the toys similar to one put on children's toys made with the same chemicals -- just like we've proposed here in San Francisco. Blogs responded in kind, with more information on the chemicals and a guide to unsafe sex toys (or two).



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeFM2gOc

ป้ายกำกับ: , , ,

7. Einstein, Sex Fiend

Yeah, he could talk the talk, but could he walk the walk? As it happens, Albert Einstein talked all kinds of smack about his fellow scientists -- and if he ever boasted about how chicks dig physics geeks or his theory of (his own) relativity to a trophy-drawer of personally collected science-wife panties, he wasn't just pulling another fast equation on y'all. In July, a bevy of Einstein's private letters were unlocked after a 20-year hold, revealing that the king of all high-math nerds had a number of mistresses and numerous sexual liaisons with women who showered him with "affection and gifts."



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeFE0REl

ป้ายกำกับ: , ,

8. 2257 Raids

The Justice Department added a whole bunch of new age-monitoring regulations in 2005 to their 2257 requirements for pornographers. They added so many, you'd expect them to be done for a while. And because 2257 news died down last year, it's really easy to get lulled into thinking the harassment and shakedowns of pornographers are over. But 2006 has been the year of the surprise 2257 raid for porn film companies. Even though porn is not illegal in the United States and 2257 is For the Children, the laundry list of legitimate businesses on the receiving end of raids this year grew by one more entry this month. In addition to Pure Play Media, Evasive Angles, Darkside Entertainment, Legend, Sunshine Films, Robert Hill Releasing, Sebastian Sloane Productions and Diabolic -- a team of FBI agents conducting 2257 records inspections visited the offices of K-Beech Inc.



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeF6foHE

ป้ายกำกับ: , ,

9. .XXX Goes Down

In March 2005, Sen. Mark Pryor (D-Ark.) and Sen. Max Baucus (D-Mont.) proposed a bill that would require all commercial Web sites with material "harmful to minors" (in other words, sexually explicit content) to move to a .xxx domain within six months of their bill becoming law. Anyone with a vaguely sex-related Web site instantly felt the first frost of the chilling effects that would come from such an Internet red light district. In a Boing Boing post, San Francisco's Electronic Frontier Foundation staff attorney Jason Schultz said, "Talk about a misguided attempt at Internet zoning ... also has severe implications for filtering as I'd imagine every .xxx domain would be on the universal black list." But by May 2006 the Register reported .xxx dead in the water, and all the sex writers in Blogistan heaved a collective sigh of relief.



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeEyGd1v

ป้ายกำกับ: , ,

Top 10 Sex Stories of 2006:10. The Larry Wachowski Story

OK, so it wasn't a total secret that "Matrix" co-creator and producer Larry Wachowski was a cross-dresser -- the relationship with dominatrix Mistress Isla Strix was never really hidden, as it destroyed two marriages -- but the in-depth article in Rolling Stone revealed much more. In "The Mystery of Larry Wachowski," Peter Wilkinson writes: "Leaving Los Angeles, he and Ilsa moved into a $2.7 million home in San Francisco, on a steep hill in the Castro, with sweeping views of San Francisco Bay. (As of last month, work was still under way on an expensive addition to the house, and a sparkling new red Lexus was parked in the indoor garage.) On the transfer deed for the Castro home, the name Laurence Wachowski does not appear. Instead, it's 'Laurenca' Wachowski. And in a judge's order, filed in the divorce proceeding, he is similarly identified as Laurence Wachowski, a.k.a. Laurenca Wachowski."



Read more: http://www.sfgate.com/cgi-bin/article.cgi?f=/g/a/2006/12/28/violetblue.DTL#ixzz0OeEoNEIS

ป้ายกำกับ: , ,

10. สื่อสาร

เซ็กซ์ที่ดีรวมอยู่ในการสื่อสารที่ดีด้วย หลายๆคนต้องการให้คู่รักอ่านใจออกว่าคุณกำลังต้องการให้เธอทำอะไรให้คุณรู้สึกดีและพอใจ แต่ไม่เคยคาดหวังกับสิ่งอื่นที่อาจจะดีกว่าด้วยซ้ำไป การบอกคู่รักว่าคุณต้องการอะไร และลองฟังสิ่งเธอต้องการบ้าง ที่เหลือก็รอให้คุณและเธอใช้เวลาอย่างมีความสุขกับประสบการณ์แห่งความปรารถนาของ

ป้ายกำกับ: , ,

Custom Search